ChulaEngineering
Homeจรรยาบรรณนักวิจัย

จรรยาบรรณนักวิจัย

ความเป็นมา

ปัจจุบันผลการวิจัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างยิ่งหากงานวิจัยที่ปรากฏสู่สาธารณชน มีความเที่ยงตรง นำเสนอสิ่งที่เป็นความจริงสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงก็จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การที่จะได้มาซึ่งงานวิจัยที่ดีมีคุณภาพจำเป็นต้องมีส่วนประกอบสำคัญหลายประการนอกจากการดำเนินตามระเบียบวิธีการวิจัย อย่างมีคุณภาพแล้วคุณธรรมหรือจรรยาบรรณของนักวิจัยเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งประการหนึ่งคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติจึงริเริ่ม ดำเนินการยกร่างจรรยาบรรณนักวิจัยเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการ ในสาขาต่างๆสามารถนำไป ปฏิบัติได้โดยผ่านกระบวนการขอรับความคิดเห็นจากนักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการต่างๆและได้ปรับปรุงให้เหมาะสมรัดกุม ชัดเจนจนกระทั่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ประกาศใช้หลักเกณฑ์ควรประพฤติของนักวิจัยทั่วไป

วัตถุประสงค์

เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไป โดยมีลักษณะเป็นข้อพึงสังวรณ์มากกว่าจะเป็นข้อบังคับ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างจรรยาบรรณในหมู่นักวิจัยต่อไป

นิยาม

นักวิจัย หมายถึงผู้ที่ดำเนินการค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบเพื่อตอบประเด็นที่สงสัยโดยมีระเบียบวิธีอันเป็นที่ยอมรับใน แต่ละศาสตร์ที่เกี่ยวข้องซึ่งครอบคลุมทั้งแนวคิด มโนทัศน์ และวิธีการที่ใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติอันเหมาะสม แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพที่กลุ่มบุคคล แต่ละสาขาวิชาชีพประมวลขึ้นไว้เป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้นๆ ยึดถือปฏิบัติเพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณ ของสาขาวิชาชีพของตน

จรรยาบรรณนักวิจัย หมายถึง หลักเกณฑ์ควรประพฤติปฏิบัติของนักวิจัยทั่วไปเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของจริยธรรมและหลักวิชาการที่เหมาะสมตลอดจนประกันมาตรฐานของการศึกษาค้นคว้าให้เป็นไปอย่างสมศักดิ์ศรีและเกียรติ ภูมิของนักวิจัย

ลำดับที่ จรรยาบรรณนักวิจัย : แนวทางปฏิบัติ
ข้อ 1. นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการนักวิจัยต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น ต้องให้เกียรติและอ้างถึงบุคคลหรือแปล่ง ที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในงานวิจัยต้องซื่อตรงต่อการแสวงหาทุนวิจัยและมีความเป็นธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้จากการวิจัย
ข้อ 2. นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัย ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและต่อหน่วยงานที่ตนสังกัดนักวิจัยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงการวิจัยที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันอุทิศเวลาทำงานวิจัยให้ได้ผลดีที่สุด และเป็นไปตามกำหนดเวลามีความรับผิดชอบ ไม่ละทิ้งงานระหว่างดำเนินการ
ข้อ 3. นักวิจัยต้องมีพื้นฐาน ความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัยนักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัยอย่างเพียงพอและมีความรู้ความชำนาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ทำวิจัยเพื่อนำไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพและเพื่อป้องกันปัญหาการวิเคราะห์การ ตีความหรือการสรุปที่ผิดพลาดอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่องานวิจัย
ข้อ 4. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัยไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตนักวิจัยต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และเที่ยงตรงในการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคน สัตว์พืช ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีจิตสำนึกและมีปณิธานที่จะอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ข้อ 5. นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัยนักวิจัยต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ ทางวิชาการจนละเลยและขาดความเคารพในศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ต้องถือเป็นภาระ
หน้าที่ที่จะอธิบายจุดมุ่งหมายของการวิจัยแก่บุคคลที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยไม่หลอกลวงหรือบีบบังคับ และไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ข้อ 6. นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิดโดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัยนักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด ต้องตระหนักว่า อคติส่วนตนหรือความลำเอียงทางวิชาการอาจส่งผลให้มีการบิดเบือน
ข้อมูลและ ข้อค้นพบทางวิชาการ อันเป็นเหตุให้เกิดผลเสียหายต่องานวิจัย
ข้อ 7. นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบนักวิจัยพึงเผยแพร่ผลงานวิจัยเพื่อประโยชน์ทางวิชาการและสังคม ไม่ขยายผลจ้อค้นพบจนเกิดความเป็นจริง และไม่ใช้ผลงานวิจัยไปในทางมิชอบ
ข้อ 8. นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่นนักวิจัยพึงมีใจกว้าง พร้อมทีจะเปิดเผยข้อมูล และขั้นตอนการวิจัย ยอมรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลทางวิชาการของผู้อื่นและพร้อมที่จะปรับปรุง แก้ไขงานวิจัยของตนให้ถูกต้อง
ข้อ 9. นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับนักวิจัยถึงมีจิตสำนึกที่จะอุทิศกำลังสติปัญญาในการทำวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการเพื่อความเจริญและประโยชน์สุขของสังคมและมวลมนุษยชาติ

 

จรรยาบรรณของอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันแสวงหาความรู้ สร้างสรรค์ จรรโลง ถ่ายทอดเทคโนโลยีและประยุกต์วิชาการตลอดจนการบ่มเพาะบัณฑิตเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษย์และสังคมแต่ความรู้และบัณฑิตที่ปราศจากคุณธรรมกำกับย่อมไม่เป็นที่พึงประสงค์เพราะขาดความดีงามและเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์โทษทั้งปวงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีปณิธานเพื่อสร้างสมและส่งเสริมจรรยาบรรณจึงเห็นสมควรประกาศจรรยาบรรณของอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและแนวปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

  • อาจารย์พึงอุทิศเวลาและเสียสละให้กับงานสอนด้วยความรับผิดชอบ
  • อาจารย์พึงสอนศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  • อาจารย์พึงช่วยเหลือ และปฏิบัติต่อศิษย์อย่างเป็นธรรม
  • อาจารย์พึงเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์
  • อาจารย์พึงหมั่นศึกษาค้นคว้าติดตามความก้าวหน้า
  • อาจารย์พึงเป็นนักวิจัยที่มีจรรยาบรรณนักวิจัยของสำนักงาน
  • อาจารย์พึงสร้างและส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ
  • อาจารย์พึงปฏิบัติตนด้วยความรับผิดชอบต่อผู้อื่นสังคมและประเทศ
  • อาจารย์ต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรม
  • อาจารย์พึงปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่างกัลยาณมิตร
จรรยาบรรณ
แนวปฏิบัติ
1. อาจารย์พึงอุทิศเวลาและเสียสละให้กับงานสอนด้วยความรับผิดชอบ 1.1
1.2
1.3
1.4
1.5
1.6
ให้เวลาแก่นิสิตอย่างเต็มที่ให้เกียรติ และปฏิบัติต่อศิษย์อย่างวิญญูชน
มีจิตใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของศิษย์และผู้ร่วมงาน
ปฏิบัติต่อศิษย์แบบกัลยาณมิตร
ให้ความยุติธรรมและเสมอภาคแก่ศิษย์
จัดเตรียมการสอนจัดทำประมวลรายวิชา
เข้าสอนและตรวจงานส่งคืนตามกำหนด
2. อาจารย์พึงสอนศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ 2.1
2.2
2.3
2.4
2.5
จัดการสอนเพื่อพัฒนาศิษย์อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ
วางแผนและเตรียมการสอนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
พัฒนาเทคนิควิชาการสอนแปลกใหม่แล้วนำมาใช้ในการเรียนการสอน
มีความรับผิดชอบและปฏิบัติงานเต็มที่ไม่ทิ้งงานกลางคัน
สอนศิษย์โดยไม่ปิดบัง สอนศิษย์โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
3. อาจารย์พึงช่วยเหลือ และปฏิบัติต่อศิษย์อย่างเป็นธรรม 3.1
3.2
3.3
3.4

3.5

3.6
3.7
3.8
ส่งเสริมให้อาจารย์มีความรับผิดชอบเกื้อกูลต่อศิษย์
รักษาความลับของศิษย์
สร้างความรู้สึกเป็นมิตรเป็นที่พึ่งพาและไว้วางใจของศิษย์แต่ละคนและทุกคน
ตอบสนองข้อเสนอของศิษย์และการกระทำของศิษย์ในทางสร้างสรรค์ตามสภาพปัญหา
ความต้องการ และศักยภาพของศิษย์แต่ละคนและทุกคน
เสนอแนะแนวทางพัฒนาศิษย์แต่ละคนและทุกคนตามความถนัด ความสนใจ
และศักยภาพของศิษย์
รักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
ละเว้นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกายของศิษย์
ละเว้นการกระทำที่สกัดกั้นพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์จิตใจและสังคมของศิษย์
4. อาจารย์พึงเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์ 4.1

4.2
4.3
4.4
4.5
4.6
พึงปฏิบัติตนเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีสอดคล้องกับคำสอนของตน
และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
ส่งเสริมและผดุงเกียรติแห่งความเป็นอาจารย์
ส่งเสริมความก้าวหน้าซึ่งกันและกันด้วยเหตุผล และไม่เล่นพรรคเล่นพวก
ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่อาจารย์
พูดจาสุภาพและสร้างสรรค์โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นแก่ศิษย์และสังคม
พึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือของคนทั่วไป
5. อาจารย์พึงหมั่นศึกษาค้นคว้าติดตามความก้าวหน้า
ทางวิชาการของตนให้ทันต่อเหตุการณ์เสมอ
5.1
5.2
5.3
มุ่งมั่นในการพัฒนาศาสตร์ของตนอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ ใฝ่รู้อยู่เสมอ
ติดตามความรู้ใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต
ใฝ่หาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองและงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่เสมอ
6. อาจารย์พึงเป็นนักวิจัยที่มีจรรยาบรรณนักวิจัย
ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
6.1
6.2

6.3
6.4
6.5
6.6
6.7
6.8
6.9
ซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
ตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัยตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัย
และต่อหน่วยงานที่ตนสังกัด
มีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย
มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัยไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
ต้องเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
ต้องมีอิสระทางความคิด โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
พึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ระบุ
พึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
พึงรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ
7. อาจารย์พึงสร้างและส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ
และมีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัยโดยส่วนรวม
7.1
7.2

7.3
7.4
7.5
7.6
7.7
ส่งเสริมและสร้างความสามัคคีในกลุ่มอาจารย์และนิสิต
เข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดและประสบการณ์ในหมู่นักวิชาการ
และผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
รักษาชื่อเสียงและประโยชน์ของมหาวิทยาลัย
ไม่พึงใช้ชื่อและทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อหมู่คณะโดยมิชอบ
มีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัยโดยส่วนรวม
เสียสละเพื่อมหาวิทยาลัยโดยส่วนรวม
ชี้แนะมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับวิธีพัฒนาปรับปรุงมหาวิทยาลัย
8. อาจารย์พึงปฏิบัติตนด้วยความรับผิดชอบต่อผู้อื่น สังคมและประเทศชาติ 8.1
8.2
8.3
8.4
8.5
8.6
มีความเอาใจใส่ห่วงใย อาทรและเกื้อกูลต่อผู้อื่น
เป็นผู้ชี้นำการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาสังคม
ชี้นำและรับผิดชอบสังคมและสามารถชี้นำผู้ที่อยู่ในศาสตร์อื่นมาช่วยสังคมได้
รับผิดชอบต่อความเสื่อมและความเจริญของสังคม
พึงรับใช้สังคมด้วยการสร้างสรรค์ผลทางวิชาการที่ได้มาตรฐาน
เป็นผู้มีจิตสำนึกติดตามและเฝ้าระวังสังคมตลอดเวลา
9. อาจารย์ต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรม 9.1
9.2
9.3
9.4
9.5
9.6
ซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อศิษย์ไม่ลอกเลียนแบบผลงานและทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากผลงานที่เป็นของผู้อื่นหรือที่เป็นเจ้าของร่วมกันมาเป็นของตน
ต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์
ไม่กระทำการใดๆอันเป็นการหาประโยชน์แก่ตนโดยมิชอบ
มีความเป็นธรรมเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้รับ
มีความยุติธรรมไม่มีอคติ
10. อาจารย์พึงปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่างกัลยาณมิตร 10.1
10.2

10.3
10.4
10.5
10.6
ยอมรับฟังความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่นเปิดใจกว้างเพื่อพัฒนาความรู้ที่ถูกต้อง
ไม่ยกตนข่มท่านให้เกียรติ ให้ความนับถือเพื่อนร่วมงานทั้งสายวิชาการ
และสนับสนุนทางวิชาการ
ไม่หวงวิชาแลกเปลี่ยนความรู้ในหมู่เพื่อนร่วมงานพร้อมที่จะสอนงานให้เพื่อนร่วมงานรุ่นใหม่
พึงช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นในทางสร้างสรรค์
รักษาและแสวงหามิตรภาพระหว่างผู้ร่วมงานและผู้ร่วมอาชีพ
ยกย่องและนับถือผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมอาชีพทุกระดับที่มีความรู้ความสามารถและประพฤติดี
 
 
เนื้อหาเว็บไซต์