
ในบริบทของโลกยุคปัจจุบันที่เผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ทั้งในรูปแบบของอุณหภูมิที่สูงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว น้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน การพัฒนาเมืองและชุมชนไม่อาจดำเนินไปตามแนวทางเดิมที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกต่อไป แนวคิด “Resilient LAB” จึงเกิดขึ้นในฐานะกรอบการพัฒนาที่บูรณาการระหว่างการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของชุมชน (Adaptation & Resilience) เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนในระยะยาว
หลักการสำคัญของแนวคิดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ (area-based climate action) ซึ่งมุ่งเน้นให้เมืองและชุมชนเป็นหน่วยหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับกรอบความตกลงระหว่างประเทศภายใต้ UNFCCC และข้อเสนอแนะเชิงวิทยาศาสตร์จาก IPCC ที่เน้นย้ำว่าการลดอุณหภูมิโลกให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การจัดทำโครงการประกวดนวัตกรรมและแนวความคิดภายใต้หัวข้อ “Resilient LAB : คิดเพื่อบ้านเรา” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะกลไกเชิงนโยบายที่เปิดพื้นที่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน นักศึกษา ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น หรือภาคธุรกิจ การประกวดดังกล่าวมิได้เป็นเพียงเวทีแข่งขัน แต่เป็นกระบวนการกระตุ้นให้เกิดการคิดเชิงระบบ (systems thinking) การวิเคราะห์ปัญหาเชิงพื้นที่ และการออกแบบแนวทางแก้ไขที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วม (co-benefits) ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเปลี่ยนผ่านสู่เมืองคาร์บอนต่ำและชุมชนที่ยืดหยุ่นไม่สามารถอาศัยนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยนวัตกรรมจากฐานราก (grassroots innovation) และความเข้าใจบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ โครงการประกวดจึงทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ทดลองความคิด” (innovation sandbox) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาแนวคิดต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ระบบจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว แนวทาง Nature-based Solutions หรือโมเดลธุรกิจคาร์บอนต่ำสำหรับชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย
ยิ่งไปกว่านั้น โครงการดังกล่าวยังมีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ด้านภูมิอากาศ (climate leadership) ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอแนวคิดเชิงนโยบาย ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การบริหารความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ และการออกแบบโครงการที่สามารถขยายผลได้ในระดับเมืองหรือจังหวัด ผลลัพธ์ที่คาดหวังจึงมิใช่เพียงผลงานที่ได้รับรางวัล แต่รวมถึงการสร้างต้นแบบที่สามารถนำไปทดลองใช้จริง และต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะในอนาคต
ดังนั้น โครงการประกวดนวัตกรรมและแนวความคิดภายใต้หัวข้อ “Resilient LAB : คิดเพื่อบ้านเรา” จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยผสานพลังความคิดสร้างสรรค์เข้ากับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ด้านภูมิอากาศ เพื่อให้เมืองและชุมชนสามารถ “ลดคาร์บอน” ควบคู่กับ “เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน” และก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมรับความท้าทายของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ และมูลนิธิกัลฟ์ จึงได้จัดโครงการ “ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3 (Green Mission 3)” ภายใต้หัวข้อ “Resilient LAB : คิดเพื่อบ้านเรา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ภัยพิบัติจากมุมมองของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติในระดับชุมชน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของเยาวชน
วัตถุประสงค์โครงการ
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรม ที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเมืองและชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพื่อสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วม (Participatory Platform) ให้เยาวชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางการพัฒนาพื้นที่คาร์บอนต่ำอย่างสร้างสรรค์
เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เข้าร่วมโครงการ ด้านการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการออกแบบโครงการด้าน Climate Mitigation และ Adaptation
เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเมืองคาร์บอนต่ำและชุมชนยั่งยืน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs ข้อที่ 13 และ 11) และกรอบความตกลงด้านภูมิอากาศระหว่างประเทศ
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียน ที่กำลังศึกษาอยู่มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า มีอายุไม่เกิน 18 ปี และ ครู หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม ทุกภูมิภาคของประเทศไทย
กิจกรรมสร้างความเข้าใจ ส่งเสริมแนวคิดริเริ่ม และการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ในมิติด้านการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ
(1) รับสมัครเป็นทีม โดยใน 1 ทีมประกอบไปด้วยสมาชิก จำนวน 4 คน ได้แก่ (1) นักเรียน (เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปลายไม่เกินระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และมีอายุไม่เกิน 18 ปี) จำนวน 3 คน และ ครู/หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ จำนวน 1 คน รวมเป็นทีม ๆ ละ 4 คน
(2) การสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องกรอกข้อมูล และตอบคำถามในใบสมัครให้ครบถ้วน และส่งใบสมัครภายในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 (ผู้สมัคร 1 คน สามารถเป็นสมาชิกทีมได้เพียง 1 ทีมเท่านั้น ครู 1 ท่าน สามารถเป็นที่ปรึกษาได้ไม่จำกัดจำนวนทีม)
(3) ประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 7 สิงหาคม 2569 คัดเลือกทีมผู้สมัครจากการตอบคำถามในใบสมัคร จำนวน 18 ทีม (และคัดเลือก 2 ทีม* จากกิจกรรมงานวันแถลงข่าว) รวมเป็น 20 ทีม เข้าร่วมโครงการฯ ทีมที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ทีม (จำนวน 80 คน) เข้าร่วมกิจกรรมของ โครงการ Green Mission by Chula X GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “Resilient LAB : คิดเพื่อบ้านเรา” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ระหว่างเข้าร่วมกิจกรรม
(4) ทีมที่ผ่านการคัดเลือก สมาชิกในทีมทุกคนจะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรม Learn & Activity ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 เพื่อสะสมคะแนน
(5) นักเรียนและครู ทั้ง 20 ทีม จะต้องเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ Boot camp เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 6-9 ตุลาคม 2569 โดยจะมีการแข่งขัน Pitching รอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 (ผู้สมัครแต่ละทีมจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางมายังศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนา)
(6) Popular Vote by GULF นักเรียนต้องส่งผลงานเพื่อขึ้นในแพลตฟอร์ม GULF SPARK ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569
การแข่งขัน Pitching รอบชิงชนะเลิศ โดยใช้เกณฑ์ตัดสิน ดังนี้
– ความรู้ความเข้าใจความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– ความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดคาร์บอนในชุมชน และการสร้างความยืดหยุ่น เพื่อให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– การคิดเชิงวิเคราะห์และการจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้า
– การสร้างการมีส่วนร่วม
– ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
(7) ทั้ง 20 ทีม จะได้นำเสนอผลงาน คณะกรรมการคัดเลือก 8 ทีม เพื่อนำมาแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะได้รับรางวัล ดังรายละเอียดต่อไปนี้
รางวัลคัดเลือกจาก 8 ทีม :
รางวัลชนะเลิศ รับโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัลทีมละ 40,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัลทีมละ 20,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับโล่ ใบประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัลทีมละ 10,000 บาท
รางวัลชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท จำนวน 2 รางวัล
รางวัลพิเศษ คัดเลือกจาก 20 ทีม :
รางวัล Popular Vote by GULF เงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท จำนวน 2 รางวัล
รางวัลที่ปรึกษาดีเด่น เงินรางวัล 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
(8) นักเรียนจำนวน 3 ทีมที่ได้รับรางวัล ได้แก่ ทีมชนะเลิศ, รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาต่อยอดโครงการของทีม โดยแต่ละทีมจะได้รับเงินสนับสนุนไม่เกิน 20,000 บาท ภายใต้การให้คำปรึกษาและดูแลจากทีมอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ Gulf

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 086-522-3844
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 3 กรกฎาคม 2569

English