เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 บริษัท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านโครงการด้าน 5G-Advanced คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงข่ายไฟเบอร์บรอดแบนด์ และเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล
.

.
ความร่วมมือครั้งนี้ ต่อยอดจากความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวเว่ย โดยกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการวิจัย การทดสอบและพิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลของประเทศ ผ่านการสร้างโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะแห่งอนาคตและเตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพด้านเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูง
.
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจได้รับเกียรติจากผู้บริหารของทั้งสององค์กร ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด รองศาสตราจารย์ ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวฯ จุฬาฯ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวฯ จุฬาฯ
.

.

.
ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ คณะวิศวฯ จุฬาฯ และหัวเว่ย จะร่วมกันดำเนินงานด้านการวิจัยเทคโนโลยี การทดสอบและพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายสาขาดิจิทัลสำคัญ นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีเกิดใหม่ไปประยุกต์ใช้จริง และเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
.
นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บันทึกความเข้าใจร่วมกันนี้ได้มีการลงนามเพื่อให้สอดคล้องกับการมาถึงของคลื่นเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึง AI และ 5G-Advanced ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของบริษัทหัวเว่ย ประเทศไทยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้กลายเป็นตัวอย่างที่แข็งแกร่งของวิธีการที่สถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรมสามารถทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทย เมื่อมองไปข้างหน้า บริษัทหัวเว่ย ประเทศไทยเชื่อว่าความร่วมมือของเราจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกนวัตกรรมอุตสาหกรรมและมีส่วนสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเป็นประเทศชั้นนำด้านดิจิทัลและนวัตกรรมอัจฉริยะ”
.
นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อนาคตดิจิทัลของประเทศไทยต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และระบบนิเวศนวัตกรรมโดยรวม ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกของหัวเว่ยเข้ากับความเป็นเลิศด้านการวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราจะร่วมกันเร่งการศึกษา วิจัย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G-Advanced คลาวด์คอมพิวติ้ง AI และพลังงานดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสให้นิสิตและนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง”
.
ข้อตกลงฉบับใหม่นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จของหลายโครงการนวัตกรรมที่ทำร่วมกันตั้งแต่ปี 2563 อาทิ การพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G แพลตฟอร์มการเรียนรู้เสมือนจริง (Virtual Reality) ผ่านเครือข่าย 5G และห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมต่อความเร็วสูงในการยกระดับภาคการศึกษาและสาธารณสุข
.
ในปี 2568 หัวเว่ยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันสร้างความสำเร็จอีกหนึ่งก้าว ด้วยการทดสอบเทคโนโลยี 5G-Advanced บนคลื่นความถี่ U6GHz ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการทดสอบแรก ๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยสามารถทำความเร็วดาวน์โหลดได้มากกว่า 10 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ยุคถัดไปในการรองรับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ประสบการณ์ดิจิทัลเสมือนจริง และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม
.
รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ – บุคลากรจะต้องเป็นผู้ลงมือทำและขับเคลื่อน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับหัวเว่ยสะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันในการเชื่อมโยงความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับความเชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม พร้อมสร้างโอกาสที่มีคุณค่าในการวิจัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริง
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรได้นำไปสู่ผลงานที่เป็นรูปธรรมมากมาย ตั้งแต่นวัตกรรมด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G ไปจนถึงการวิจัยขั้นสูงด้านคลาวด์และ AI ความร่วมมือที่ขยายตัวในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น 5G-Advanced AI คลาวด์คอมพิวติ้ง และพลังงานดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตและนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยและความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมระดับแนวหน้า เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันพัฒนากำลังคนดิจิทัลรุ่นใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
.
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันขยายโครงการฝึกอบรมสำหรับนิสิต การพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ การส่งเสริมทักษะด้าน Cloud Developer และ AI Engineering การพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านโทรคมนาคม ตลอดจนการสร้างโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศไทย
.
ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ หัวเว่ยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยร่วม การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี และการสร้างบุคลากรคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัลชั้นนำของภูมิภาคในระยะยาว
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา #Huawei












English