สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ภายใต้มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “Climate Intelligence Forum 2026: Driving Climate Action Through Data-Driven Resilience and Eco-Efficiency” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ Hall of Intania คณะวิศวฯ จุฬาฯ มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จากภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม เกษตร และวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการใช้ข้อมูล Carbon Footprint เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีด้านความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเปิดงาน
.


.
ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อบก.กับความสำคัญของ Data Platform : การเก็บและจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์” โดย คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของข้อมูล Carbon Footprint ในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำว่า “ข้อมูลคาร์บอน” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต
.
การบรรยายในหัวข้อ “Revolutionizing Carbon Footprint Assessment for Organizations, Products & Projects Platform” โดย ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ซึ่งได้เน้นย้ำบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลคาร์บอนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “IdeaCarb – CFO Report Platform” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับ การประเมินและจัดทำรายงาน Carbon Footprint ที่ครอบคลุมทั้งระดับองค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ระดับผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) และระดับโครงการ (Carbon Footprint Project) โดยมีกำหนดเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสนับสนุนให้องค์กร ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และหน่วยงานภาครัฐ สามารถจัดเก็บวิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูล การปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสามารถนาข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ วางแผนการลดคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิผล
.
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ เวทีเสวนาหัวข้อ “From Data to Action: Achieving Net Zero Through Carbon Footprint Assessment” ซึ่งสะท้อนมุมมองจากผู้กำหนดนโยบาย ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ดำเนินงานภาคขนส่ง ภาคธุรกิจด้านเกษตร และภาควิชาการ ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), คุณอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม, คุณเข็มอัปสร สิริสุขะ กรรมการบริษัท สิริอัปสร จำกัด และ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “สิริไท” (SiriThai), คุณพรปวีณ์ ศิริรังษี วิศวกร 8 ศูนย์วิศวกรรมเครื่องกล ฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ โดยมี ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน เป็นผู้ดำเนินรายการ
.
เวทีเสวนาสะท้อนว่า แม้แต่ละภาคส่วนจะมีบริบทต่างกัน แต่ต่างเห็นตรงกันว่า “การประเมิน Carbon Footprint” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้องค์กรเข้าใจแหล่งกำเนิดคาร์บอน วางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพ และกำหนดมาตรการลดการปล่อยได้อย่างเป็นระบบ โดยภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับนโยบายและมาตรฐาน ภาคขนส่งนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและลดการปล่อย ภาคธุรกิจและเกษตรเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือของสินค้า ขณะที่ภาควิชาการสนับสนุนองค์ความรู้และเครื่องมือ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
.
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอความร่วมมือด้านการขับเคลื่อนข้อมูลคาร์บอนในภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการพัฒนาระบบการเก็บและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากนาข้าว เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรม, ความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยในโครงการพัฒนาประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency) ของระบบขนส่งทางราง และความเป็นไปได้ในการต่อยอดและประยุกต์ใช้งาน IdeaCarb – CFO Report Platform ในอนาคต
.
ปิดท้ายงานด้วยการแบ่งปันประสบการณ์โครงการ “Low Carbon NextGen: Youth Action for Sustainable Communities” หรือ “โครงการเยาวชนคาร์บอนต่ำ: พลังรุ่นใหม่ สู่ชุมชนยั่งยืน” โดย นางสาวลลิตา หลำพึ่ง ซึ่งได้นำเสนอผลการดำเนินงานและบทเรียนจากการพัฒนาเครือข่ายเยาวชน ผ่านกิจกรรมอบรมค่ายพัฒนาแนวคิดและการประยุกต์ใช้ข้อมูล ควบคู่กับการสร้างต้นแบบกิจกรรมในระดับโรงเรียนและชุมชน เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้าน Climate Change และ Carbon Footprint และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.)
.
Climate Intelligence Forum 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Carbon Footprint แต่เป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงผู้เล่นหลักของระบบนิเวศ Net Zero ของประเทศไทย ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา ไปจนถึงเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้กลายเป็น “การตัดสินใจ” และเปลี่ยน “การตัดสินใจ” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” ที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ท้ายที่สุด เวทีนี้สะท้อนภาพสำคัญว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero จะไม่เกิดขึ้น จากเทคโนโลยีหรือข้อมูลเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างระบบข้อมูล ที่เชื่อถือได้ เครื่องมือที่เข้าถึงได้ และการลงมือทาที่ต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลคาร์บอนกลายเป็นรากฐานสำคัญ ของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา
#ClimateIntelligenceForum2026 #ClimateAction #CarbonFootprint #NetZero #DataDrivenSustainability #EcoEfficiency #ClimateResilience #CBiS #Sustainability
















English