INTANIA Music Fest 2026 เสิร์ฟความมันส์เต็มสูบ “ATLAS-โบกี้ไลออน-FELLOW FELLOW”

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ลานอินทาเนีย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อประชาคมจุฬาฯ กว่า 10,000 คน หลั่งไหลเข้าร่วมงาน INTANIA Music Fest 2026 มหกรรมดนตรีประจำปีสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ปลุกให้ลานอินทาเนียเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงเพลง และความอบอุ่นของคนจุฬาฯ ทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่น้องนักเรียนสาธิตจุฬาฯ ที่มากับผู้ปกครอง นิสิตปัจจุบันจากทุกคณะ ไปจนถึงพี่นิสิตเก่าและคณาจารย์ที่กลับมาพบหน้ากันในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง

สำหรับปีนี้ การจัดงานเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อระดมทุนสมทบโครงการจัดสร้าง หอเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้กับคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งในค่ำคืนนั้นสามารถรวบรวมเงินสมทบทุนได้ถึง 7,000,000 บาท

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน กล่าวว่า “ภาพของประชาคมจุฬาฯ หลายพันชีวิตที่มารวมตัวกัน ณ ลานอินทาเนียนั้น สะท้อนอัตลักษณ์ของจุฬาฯ ได้อย่างแท้จริง นั่นคือการหลอมรวมพลังของนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน คณาจารย์ ผู้ปกครอง และเครือข่ายจากหลากหลายวงการให้กลายเป็นพลังเดียวกัน ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้สถาบันหนึ่งยืนหยัดได้อย่างมั่นคงไม่ใช่เพียงความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่คือความผูกพัน ความภาคภูมิใจ และความพร้อมที่จะให้ การระดมทุนได้ถึง 7 ล้านบาทในค่ำคืนเดียวจึงเป็นผลลัพธ์ของความเชื่อมั่นและความร่วมมือของทุกคน”

คุณศักดิ์ชัย ยอดวานิช กรรมการที่ปรึกษาผู้บริหารคณะวิศวฯ จุฬาฯ ผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดัน INTANIA Music Fest มาตั้งแต่ครั้งแรก กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “สิ่งที่ทำให้งานนี้พิเศษไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่คือกระบวนการที่อยู่เบื้องหลัง น้อง ๆ นิสิตได้ลงมือจัดงานกันเองทั้งหมดตั้งแต่การวางแผน ประสานงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการหน้างาน โดยมีพี่นิสิตเก่าคอยเป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมานับสิบปี นี่จึงถือเป็นห้องเรียนชีวิตที่ไม่มีตำราเล่มใดสอนได้ และเมื่อเวทีแห่งความสุขนี้สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นเวทีแห่งการให้ สร้างประโยชน์กลับคืนสู่มหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงของพวกเราทุกคน”

คุณกำพล โชติปทุมวรรณ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ กล่าวเสริมว่า “สมาคมผู้ปกครองฯ มองว่างานในค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมบันเทิง แต่คือสะพานที่เชื่อมโยงคนจุฬาฯ หลายรุ่นเข้าด้วยกัน สาธิตจุฬาฯ กับวิศวจุฬาฯ เราผูกพันกันมายาวนาน น้องนักเรียนหลายคนเติบโตขึ้นมาเป็นนิสิตวิศวกรรมศาสตร์และก้าวไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศ การได้เห็นประชาคมจุฬาฯ นับพันนับหมื่นมารวมใจกันเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการสนับสนุนการศึกษาและร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นภาพที่สะท้อนความงดงามของสปิริตจุฬาฯ อย่างแท้จริง”

ไฮไลท์สำคัญคือ พิธีมอบเงินสมทบทุนโครงการฯ โดยคุณกำพล โชติปทุมวรรณ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้แทนมอบเงินสมทบทุนครั้งที่ 1 จำนวนทั้งสิ้น 7,000,000 บาท ให้กับ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช โชติอุดมพันธ์ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ท่ามกลางสักขีพยานกิตติมศักดิ์จากหลายภาคส่วน อาทิ ดร.ณัฐพล รังสิตพล นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อาจารยรศนาภรณ์ วีรวรรณ อุปนายก สนจ. คุณวิโรจน์ เจริญตรา นายกสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วุฒิพงศ์ กิตติธเนศวร อดีตนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ดร.จุลพงศ์ ทวีศรี เลขาธิการ สนจ. คุณพงษ์เดช เสรีเชษฐพงษ์ ประธานสโมสร สนจ. คุณอธิศีล ธัญญ์ ณ ป้อมเพชร ประธานฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สนจ. ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ รองคณบดี และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์แพทย์ เพ่งวาณิชย์ รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ

ด้านเวทีดนตรีสุดยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นหัวใจของงานเทศกาลนั้นคึกคักไม่แพ้กัน ผู้ชมแน่นขนัดเต็มอิ่มกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังอย่าง Fellow Fellow, ATLAS และโบกี้ไลออน รวมถึง วง IMC จากวิศวจุฬาฯ BandShi จากบัญชี จุฬาฯ Chula Colorguard, CU Cheerleader, จุฬาฯ คฑากร และการแสดงจากน้องนักเต้นสาธิตจุฬาฯ สร้างสีสันและความสนุกสนานตลอดทั้งคืน

นอกจากนี้ ผู้จัดยังขนร้านอาหารสุดชิคที่คัดสรรมาแล้วอย่างดี ตั้งแต่ Gindaco, Katsu Midori Sushi, MOS Burger, Sorry I’m Hungry Burger, กุ้งเผา, เส้นหมี่ไก่ฉีก Emily, หมึกย่างเจ๊นิด เยาวราช, Taco Bell, FAT Fries, Starbucks, Owl Cha, Aino Crepe ไปจนถึง Kari Kori

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ การจับรางวัลใหญ่ผ่านแพลตฟอร์มบริจาคโลหิตแนวใหม่อย่าง Blood Buddie ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ถึง 5 รางวัล ได้แก่ เงินสด 20,000 บาท จำนวน 1 รางวัล เงินสด 10,000 บาท จำนวน 2 รางวัล และ Apple iPad จำนวน 2 รางวัล สร้างความตื่นเต้นตลอดทั้งงานเสริมให้บรรยากาศงานปีนี้เป็นเฟสติวัลโดยสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

INTANIA Music Fest 2026 จึงมิใช่เพียงเทศกาลดนตรี หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพลังแห่งการรวมใจที่สวยงามที่สุดของประชาคมจุฬาฯ ค่ำคืนนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อคนจุฬาฯ ทุกรุ่นมารวมกัน ไม่ว่าจะที่ไหนพลังที่เกิดขึ้นย่อมสามารถสร้างทั้งความสุขและคุณค่าที่ยั่งยืนได้คราวเดียวกัน

แล้วพบกันใหม่ปีหน้า INTANIA Music Fest 2027 วัยรุ่นห้ามพลาด!!!

#IntaniaMusicFest#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา

ผู้บริหารคณะวิศวฯ จุฬาฯ ร่วมงาน Knowledge Week แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการจัดการน้ำระดับชาติ ณ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

เมื่อวันที่ 9-14 กุมภาพันธ์ 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวฯ จุฬาฯ ได้รับเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยให้เข้าร่วมงาน “Knowledge Week in the Netherlands” ภายใต้โครงการ PIB Water program ในหัวข้อ “Building Water Resilience Together: From Engineering Solutions to Enabling Frameworks” ณ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

การได้รับเกียรติเชิญในครั้งนี้ สืบเนื่องจากบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเวทีดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) นโยบาย และแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ตลอดจนการถอดบทเรียนความสำเร็จของเนเธอร์แลนด์ที่สามารถบริหารจัดการและอยู่ร่วมกับน้ำมาได้นับร้อยปี

ผู้บริหารคณะวิศวฯ จุฬาฯ ยังได้เดินทางไปยังเมือง Lelystad เพื่อเข้าเยี่ยมชมการทำงานของ Rijkswaterstaat ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารจัดการน้ำแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ โดยในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงและทีมงาน ได้ให้เกียรติร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้ด้วย

ศูนย์ Rijkswaterstaat นับเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลและประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานกำกับดูแลน้ำ รัฐบาลท้องถิ่น และสถาบันการศึกษา ศูนย์แห่งนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภาวะวิกฤต โดยเป็นศูนย์บัญชาการหลักในการส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ ยังได้รับเกียรติให้เป็นผู้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Green Village ณ TU Delft ตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมงาน ผู้บริหารคณะวิศวฯ จุฬาฯ ยังได้ร่วมกิจกรรมทางวิชาการและการเยี่ยมชมโครงการสำคัญอื่น ๆ อีกด้วย

การเข้าร่วมเวทีระดับโลกในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะพันธมิตรทางวิชาการที่สำคัญของเนเธอร์แลนด์ แต่ยังเป็นการนำประสบการณ์และนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรน้ำระดับสากล กลับมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับความมั่นคงทางน้ำ (Water Resilience) และสร้างกรอบการทำงานเพื่อรับมือกับวิกฤตภัยพิบัติของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#กันก่อนท่วม#WaterResilenceCenter

ผู้บริหารคณะวิศวฯ รับมอบ “สวน 111 ปี อินทาเนีย” จากผู้บริหารสมาคมนิสิตเก่าวิศวฯ จุฬาฯ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อให้คณะฯ ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง รองคณบดี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์แพทย์ เพ่งวาณิชย์ รองคณบดี รับมอบ “สวน 111 ปี อินทาเนีย” จากสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี คุณวิโรจน์ เจริญตรา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ เป็นผู้มอบ

สวน 111 ปี อินทาเนีย ตั้งอยู่บริเวณอาคาร 3 (ฝั่งตรงข้ามหอประวัติจุฬาฯ) ซึ่งทางสมาคมนิสิตเก่าวิศวฯ จุฬาฯ ได้เนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อให้คณะฯ ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #Intania #อินทาเนีย

คณะวิศฯ จุฬาฯ จัดงาน SHIFT-International Winter School for Tissue Engineering and Regenerative Medicine 2026

ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน SHIFT-International Winter School for Tissue Engineering and Regenerative Medicine 2026 เมื่อวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารเจริญวิศวกรรม คณะวิศวฯ จุฬาฯ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.โศรดา กนกพานนท์ เป็นหัวหน้าโครงการฯ

พิธีเปิดจัดขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.บัญชา พูลโภคา ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาฯ นายเปาโล ดีโอนีซี (H.E. Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล นายกสมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย (Thai Biomedical Engineering Association: TBEA) รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และรองศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ สุทธิธารธวัช ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวฯ จุฬาฯ

งานประชุมวิชาการนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเวชศาสตร์ฟื้นฟู อันเแนประโยชน์กับผู้ร่วมงาน

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

คณะวิศวฯ จุฬาฯ จัดโครงการจิตอาสาครั้งที่ 1 “วิศวฯ จุฬาฯ อาสาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม”ณ โรงเรียนบ้านเจ้าเณร และศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ (ราชานุรักษ์) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ. กาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 30 – 31 มกราคม 2569 งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการจิตอาสา ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 “วิศวฯ จุฬาฯ อาสาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นภดนัย อาชวาคม รองคณบดี พร้อมด้วยบุคลากรร่วมกันดำเนินกิจกรรม ประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน การทาสีปรับปรุงเครื่องเล่นสนามและรั้วโรงเรียน รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียนบ้านเจ้าเณร จ.กาญจนบุรี
.
นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านพลังงานสะอาด เยี่ยมชมนิทรรศการพลังงานและการบริหารจัดการน้ำ และรับฟังการบรรยายสรุปเรื่องกระบวนการผลิตไฟฟ้า ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ (ราชานุรักษ์) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะฯ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

กำหนดการการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

กำหนดการการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กำลังจะจบการศึกษาและคาดว่าจะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ทุกคน ที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุ สามารถยื่นขอความจำนงขอรับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี 2569 ได้โดยกรอกแบบฟอร์มออนไลน์

กำหนดส่งเอกสารการสมัคร ระหว่างวันที่ 2-27 กุมภาพันธ์ 2569

คุณสมบัติ

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีผลการศึกษาดีเยี่ยม ได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ในวันสิ้นปีปฏิทิน
  4. มีความประพฤติดีเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงาม
  5. มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ โดยจะต้องมีเอกสารแสดงผลการตรวจสุขภาพในวันสัมภาษณ์ (ดูเอกสารแนบ)
  6. มีความตั้งใจและศักยภาพที่จะศึกษาวิชาการขั้นสูง
  7. มีเอกสารแสดงผลการทดสอบภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากสถาบันที่จะไปศึกษาต่อ (TOEFL หรือ IELTS)

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ น.ส.สุภัชชา เหมรัตนธร (พลอย) ห้อง 122 ชั้น 1 อาคาร 3

โทร. 064 495 1556 e-mail:supatcha.h@chula.ac.th

Signing of the Memorandum of Understanding (MOU) between the Faculty of Engineering, Chulalongkorn University and the University of Essex.

On January 30, 2026, Chulalongkorn University, represented by Associate Professor Dr. Witaya Wannasuphoprasit, Dean of the Faculty of Engineering, and the University of Essex, represented by Mr. Simon Foster, Global Vice President, signed a Memorandum of Understanding for Progression Agreement / 3+1 International School of Engineering at the Suan Ruam Jai 2 Meeting Room, Building 3, Faculty of Engineering.

With faculty members from the International School of Engineering (ISE), as well as representatives from the University of Essex, participating in the ceremony.

– Professor Dr. Artiwan Shotipruk, Director of the International School of Engineering (ISE)

– Assistant Professor Dr. Pimporn Ponpesh, Deputy Director of Academics Affairs (ISE)

– Assistant Professor Tawan Paphapote, Deputy Director of Administration Affairs (ISE)

– Dr. Aung Pyae, Lecturer from Information and Communication Engineering (ISE)

– Ms. Samantha Look, Regional Director, the University of Essex

– Mr. Amorndech Cholpilaiponk, Recruitment and Development Manager for Southeast Asia

#ise_visit #ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #ISE

พิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษา MOECO Scholarship 2026

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติพงค์ จงกิตตินฤกร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และคณาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม เข้าร่วมพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษา MOECO Scholarship 2026 จากบริษัท Mitsui Oil Exploration Co.,Ltd (MOECO) โดย Mr. Ken Takagi, General Manager of Bangkok Office ให้เกียรติมอบทุนการศึกษา พร้อมด้วย ผู้บริหารและคณะเจ้าหน้าที่จากบริษัท MOECO เข้าร่วมพิธี ณ โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ
.
ในโอกาสนี้ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมเมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวฯ จุฬาฯ เข้ารับมอบทุนสนับสนุนการศึกษา MOECO Scholarship 2026 จำนวน 3 ราย ดังนี้

  1. นายวรเชษฎฐ์ สุทธิสมิทธิ์ ชั้นปีที่ 4
  2. นาย ปราชญ์ธนบดี คนไว ชั้นปีที่ 3
  3. น.ส.พิชชาภา จุณณทัศน์ ชั้นปีที่ 2

ทุนการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาให้กับนิสิตที่ผลการเรียนดี เพื่อนำความรู้ความสามารถนำมาพัฒนาสังคม และประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #วิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม

จุฬาฯ โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จัดงานเตรียมความพร้อมกับบริษัทผู้ร่วมก่อตั้งและสนับสนุนหลักสูตร Chula LGO เปิดโลกผู้นำยุคใหม่ ผสานวิศวกรรมกับธุรกิจ ตอบโจทย์อนาคตเศรษฐกิจไทย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดงานเตรียมความพร้อมกับบริษัทผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร Chula Leaders for Global Operations (Chula LGO) เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม 213 อาคาร 3 ชั้น 2 คณะวิศวฯ จุฬาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมและแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการเปิดหลักสูตรพร้อมกับหารือเกี่ยวกับแนวทางของหลักสูตรและความต้องการของนิสิตในหลักสูตรควบสองปริญญานี้ โดยกิจกรรมนี้มุ่งหวังกำหนดแนวทางการดำเนินงานของหลักสูตรและตอบโจทย์ความคาดหวังของภาคเอกชนและนิสิตในหลักสูตร

ในกิจกรรมได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้งและสนับสนุนหลักสูตรนี้ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตร และรองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมแนะนำรายละเอียดและแนวทางของหลักสูตร ทั้งนำเสนอวิสัยทัศน์การบูรณาการศาสตร์ระหว่างวิศวกรรมและธุรกิจ รวมถึงความมุ่งหวังของหลักสูตรในการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคต นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ ผู้แทนภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร กล่าวถึงบทบาทสำคัญของพันธมิตรทางภาคเอกชนและการร่วมมือกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคเอกชน
.
การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่สำคัญในการเปิดตัวภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้งและให้การสนับสนุนหลักสูตรควบระดับปริญญามหาบัณฑิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกในอนาคต เป็นกำลังสำคัญในการสร้างผู้นำที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงทักษะการบริหารธุรกิจระดับสูง เพื่อช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวเข้าสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน
.
อนึ่ง หลักสูตรฯ มีการเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลและสมัครเรียนได้ที่ https://www.chulalgo.chula.ac.th/ หรือสอบถามข้อมูลทาง E-mail: chulalgo@chula.ac.th โทร. 02-2187812
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา ChulaLGO #MITLGO #MBA #หลักสูตรควบระดับสองปริญญา

จุฬาฯ เปิดศูนย์ “กันก่อนท่วม” หาทางออกร่วมแก้วิกฤตน้ำไทย เสนอแผน 5 มิติ ป้องกันเชิงรุกเพื่ออนาคตเมือง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผนึกกำลังร่วมภาครัฐ เอกชน วิชาการ และผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ จัดเวทีเสวนา “กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” แลกเปลี่ยนความรู้และบทเรียนการรับมือความเสี่ยงด้านน้ำ จากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและนานาชาติ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

.

ชี้ทางรอดเมืองไทยเสนอแผน 5 มิติยกระดับการรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทย สู่การ “ป้องกันล่วงหน้า” อย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่แยกส่วนการทำงานตามกรมหรือจังหวัด เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน พร้อมจัดตั้งศูนย์ “กันก่อนท่วม” เป็นกลไกกลางประสานเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูล และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อปกป้องเมืองและอนาคตของคนรุ่นต่อไป

.

ในช่วงแรก ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานว่า ภัยน้ำไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่คือการทำลาย “ชีวิตทั้งชีวิต” ทั้งโอกาสทางการศึกษา สุขภาพจิตครอบครัว ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและความมั่นคงของสังคม หากเกิดอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที และก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่า

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านองค์ความรู้แบบสหสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรม สถาปัตยกรรม วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯลฯ และมีศักยภาพในการเชื่อมประสานเครือข่าย ทั้งสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน รวมถึงความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อเสนอทางออกในการจัดการน้ำที่เป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม”

.

จากนั้น ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม” ไม่ใช่เพียงบทบาททางวิชาการ แต่เป็นความรับผิดชอบของสถาบันอุดมศึกษาต่อสังคม โดยศูนย์ฯ จะเป็นกลไกกลางเชื่อมองค์ความรู้สู่การลงมือทำ สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงน้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน และเปิดรับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ควบคู่กับบทเรียนจากพื้นที่จริง

.

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ “น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” โดยเปิดเผยว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ทั้งจาก “น้ำเหนือ” “น้ำทะเลหนุน” ประกอบกับสภาวะ “ฝนสุดขั้ว” และ “ฝนแช่” เช่น ในพื้นที่หาดใหญ่ทำให้ปริมาณฝนถึง 80% ของฝนทั้งปี ตกลงมาในพื้นที่เดียวภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สร้างความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เห็นได้จากมูลค่าความสูญเสียและเสียหายของมหาอุทกภัยปี 2554 สูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของงบประมาณแผ่นดินในปีดังกล่าว โดยผลกระทบกว่า 90% เกิดขึ้นกับภาคเอกชน ทั้งในรูปของความเสียหายและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

.

ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จึงมีภารกิจเพื่อร่วมหาแนวทางลดความเสียหายและการสูญเสียจากวิกฤตน้ำ และเสริมสร้างความพร้อมของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยจะทำหน้าที่สื่อสารและประสานความร่วมมือด้านการป้องกันความเสี่ยงน้ำล่วงหน้าบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เสริมพลังการทำงานของทุกภาคส่วน โดยไม่ซ้ำซ้อนหรือทดแทนภาครัฐ

.

รศ. ดร.วิทยา ได้เสนอความร่วมมือ 5 มิติ สู่ “เมือง (ประเทศ) แห่งความเสถียรภาพ (The Resilient Metropolis)” เพื่อรับมือความเสี่ยงน้ำในระยะยาว โดยเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของสังคม ได้แก่

มิติที่ 1: พลิกโฉมวิศวกรรม (Engineering Reinforcement)

เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำ แนวป้องกันริมแม่น้ำ และสถานีสูบน้ำ โดยผสานแบบจำลองพยากรณ์ขั้นสูง AI ข้อมูลเรียลไทม์ และระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และเตรียมการให้รองรับสถานการณ์ฝนสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติที่ 2: การจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำ (River Basin Management)

ขยายการป้องกันท่วมบรรเทาแล้งจากระดับเมืองสู่ระดับลุ่มน้ำ ผ่านการใช้แบบจำลองอุทกวิทยาและอุทกพลศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ AI และเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อประเมินทั้งมวลน้ำส่วนเกินและความเสี่ยงขาดแคลนน้ำล่วงหน้า สนับสนุนการบริหารจัดการมวลน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ผ่านแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้ความปลอดภัยของเมืองไม่ขึ้นอยู่กับมาตรการภายในเขตเมืองเพียงอย่างเดียว

มิติที่ 3: นวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation)

เรียนรู้จากแนวปฏิบัติสากล อาทิ ระบบป้องกันน้ำทะเลของเนเธอร์แลนด์ อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ของญี่ปุ่น และแนวคิดเมืองฟองน้ำจากจีนและสิงคโปร์ ผนวกภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย

มิติที่ 4: การปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำ (Adaptive Strategy)

เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “ต่อสู้กับน้ำ” สู่การ “อยู่กับน้ำ” ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงสร้างพื้นฐานสีฟ้า-เขียว การวางผังเมืองแบบยืดหยุ่น และการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสภาพภูมิอากาศให้กับประชาชน

มิติที่ 5: ขับเคลื่อนด้วยวิจัยและข้อมูลอัจฉริยะ (Smart Data & Research)

ใช้งานวิจัยและข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นฐานกำหนดนโยบาย พัฒนานวัตกรรมตามบริบทพื้นที่ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ชุมชน และเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างตรงจุดและยั่งยืน

.

นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา จัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ควบคู่การอนุรักษ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ น่าน (ต้นน้ำ): รักษาป่าต้นน้ำและลดภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ ชัยนาท: ปรับพฤติกรรมเกษตรกร สร้างรายได้ ลดผลกระทบน้ำท่วม-แล้ง นครปฐม: บริหารจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัด และ กรุงเทพฯ: พัฒนาระบบติดตามและพยากรณ์ฝนแม่นยำฉับไว เพื่อความปลอดภัยเมือง

.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเน้นย้ำมาโดยตลอดว่า ปัญหาน้ำไม่อาจแก้ได้ด้วยโครงการเดียว แต่ต้องเข้าใจระบบทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และต้องวางแผนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง “การจัดการน้ำคือเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่นโยบายเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ประเทศไทยต้องลงทุนกับการป้องกัน มากกว่าการซ่อมแซม”

.

ดร.สุเมธ ได้เสนอกรอบแผนการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลในอนาคต ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเน้นย้ำการทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วน พร้อมเสนอว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการทำงานด้านน้ำสู่การบูรณาการเชิงระบบ ด้วยการ

• ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ

• วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่ใช่ตามเส้นแบ่งกรมหรือจังหวัด

• เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน

โดยเห็นว่า ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จะเป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงรุก เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูลเชิงพื้นที่ และการสื่อสารสาธารณะ เข้ากับการตัดสินใจของรัฐ เพื่อให้การป้องกันภัยน้ำของประเทศเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ไม่จบลงเพียงบนเวทีเสวนา หรือรายงานเชิงวิชาการ

.

เวที “กันก่อนท่วม” ยังได้รับเกียรติผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อ.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ อดีตอาจารย์สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ และผศ. ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมพูดคุยใน Panel Discussion “From Risk to Action: กันก่อนท่วม ร่วมวาดอนาคตไทยพ้นภัยน้ำ”

.

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสถาบัน MIT มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใน Global Learning “รับมือความเสี่ยงน้ำอย่างเป็นระบบ: บทเรียนโลกที่ไทยต้องปรับให้ทัน” โดย Mrs. Victoria Elema, Team Lead International Water Affairs, Ministry of Infrastructure and Water Management of the Netherlands Mr. Toru Kajiwara, Minister and Chief of Economic Section at the Embassy of Japan in Thailand และ Dr. Sai Ravela, Director, Earth Signals and Systems Group, Earth, Atmospheric and Planetary Sciences, Massachusetts Institute of Technology (MIT)

.

หากเรารู้ก่อน เตรียมก่อน และร่วมมือกันก่อน ความสูญเสียจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลที่เราทุกคนต้องร่วมกัน “กันก่อนท่วม” ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาเมือง และอนาคตของลูกหลานเราไว้ด้วยกัน

#กันก่อนท่วม#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึกการตั้งค่า