คณะวิศวฯ จุฬาฯ จัดโครงการจิตอาสาครั้งที่ 1 “วิศวฯ จุฬาฯ อาสาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม”ณ โรงเรียนบ้านเจ้าเณร และศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ (ราชานุรักษ์) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ. กาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 30 – 31 มกราคม 2569 งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการจิตอาสา ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 “วิศวฯ จุฬาฯ อาสาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นภดนัย อาชวาคม รองคณบดี พร้อมด้วยบุคลากรร่วมกันดำเนินกิจกรรม ประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน การทาสีปรับปรุงเครื่องเล่นสนามและรั้วโรงเรียน รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียนบ้านเจ้าเณร จ.กาญจนบุรี
.
นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านพลังงานสะอาด เยี่ยมชมนิทรรศการพลังงานและการบริหารจัดการน้ำ และรับฟังการบรรยายสรุปเรื่องกระบวนการผลิตไฟฟ้า ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ (ราชานุรักษ์) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะฯ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

กำหนดการการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

กำหนดการการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กำลังจะจบการศึกษาและคาดว่าจะได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ทุกคน ที่มีคุณสมบัติตามที่ระบุ สามารถยื่นขอความจำนงขอรับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี 2569 ได้โดยกรอกแบบฟอร์มออนไลน์

กำหนดส่งเอกสารการสมัคร ระหว่างวันที่ 2-27 กุมภาพันธ์ 2569

คุณสมบัติ

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีผลการศึกษาดีเยี่ยม ได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ในวันสิ้นปีปฏิทิน
  4. มีความประพฤติดีเพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงาม
  5. มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ โดยจะต้องมีเอกสารแสดงผลการตรวจสุขภาพในวันสัมภาษณ์ (ดูเอกสารแนบ)
  6. มีความตั้งใจและศักยภาพที่จะศึกษาวิชาการขั้นสูง
  7. มีเอกสารแสดงผลการทดสอบภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากสถาบันที่จะไปศึกษาต่อ (TOEFL หรือ IELTS)

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ น.ส.สุภัชชา เหมรัตนธร (พลอย) ห้อง 122 ชั้น 1 อาคาร 3

โทร. 064 495 1556 e-mail:supatcha.h@chula.ac.th

Signing of the Memorandum of Understanding (MOU) between the Faculty of Engineering, Chulalongkorn University and the University of Essex.

On January 30, 2026, Chulalongkorn University, represented by Associate Professor Dr. Witaya Wannasuphoprasit, Dean of the Faculty of Engineering, and the University of Essex, represented by Mr. Simon Foster, Global Vice President, signed a Memorandum of Understanding for Progression Agreement / 3+1 International School of Engineering at the Suan Ruam Jai 2 Meeting Room, Building 3, Faculty of Engineering.

With faculty members from the International School of Engineering (ISE), as well as representatives from the University of Essex, participating in the ceremony.

– Professor Dr. Artiwan Shotipruk, Director of the International School of Engineering (ISE)

– Assistant Professor Dr. Pimporn Ponpesh, Deputy Director of Academics Affairs (ISE)

– Assistant Professor Tawan Paphapote, Deputy Director of Administration Affairs (ISE)

– Dr. Aung Pyae, Lecturer from Information and Communication Engineering (ISE)

– Ms. Samantha Look, Regional Director, the University of Essex

– Mr. Amorndech Cholpilaiponk, Recruitment and Development Manager for Southeast Asia

#ise_visit #ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #ISE

พิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษา MOECO Scholarship 2026

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติพงค์ จงกิตตินฤกร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และคณาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม เข้าร่วมพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษา MOECO Scholarship 2026 จากบริษัท Mitsui Oil Exploration Co.,Ltd (MOECO) โดย Mr. Ken Takagi, General Manager of Bangkok Office ให้เกียรติมอบทุนการศึกษา พร้อมด้วย ผู้บริหารและคณะเจ้าหน้าที่จากบริษัท MOECO เข้าร่วมพิธี ณ โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ
.
ในโอกาสนี้ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมเมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวฯ จุฬาฯ เข้ารับมอบทุนสนับสนุนการศึกษา MOECO Scholarship 2026 จำนวน 3 ราย ดังนี้

  1. นายวรเชษฎฐ์ สุทธิสมิทธิ์ ชั้นปีที่ 4
  2. นาย ปราชญ์ธนบดี คนไว ชั้นปีที่ 3
  3. น.ส.พิชชาภา จุณณทัศน์ ชั้นปีที่ 2

ทุนการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาให้กับนิสิตที่ผลการเรียนดี เพื่อนำความรู้ความสามารถนำมาพัฒนาสังคม และประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #วิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม

จุฬาฯ โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จัดงานเตรียมความพร้อมกับบริษัทผู้ร่วมก่อตั้งและสนับสนุนหลักสูตร Chula LGO เปิดโลกผู้นำยุคใหม่ ผสานวิศวกรรมกับธุรกิจ ตอบโจทย์อนาคตเศรษฐกิจไทย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดงานเตรียมความพร้อมกับบริษัทผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร Chula Leaders for Global Operations (Chula LGO) เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม 213 อาคาร 3 ชั้น 2 คณะวิศวฯ จุฬาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมและแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการเปิดหลักสูตรพร้อมกับหารือเกี่ยวกับแนวทางของหลักสูตรและความต้องการของนิสิตในหลักสูตรควบสองปริญญานี้ โดยกิจกรรมนี้มุ่งหวังกำหนดแนวทางการดำเนินงานของหลักสูตรและตอบโจทย์ความคาดหวังของภาคเอกชนและนิสิตในหลักสูตร

ในกิจกรรมได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้งและสนับสนุนหลักสูตรนี้ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตร และรองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมแนะนำรายละเอียดและแนวทางของหลักสูตร ทั้งนำเสนอวิสัยทัศน์การบูรณาการศาสตร์ระหว่างวิศวกรรมและธุรกิจ รวมถึงความมุ่งหวังของหลักสูตรในการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคต นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพฯ ผู้แทนภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร กล่าวถึงบทบาทสำคัญของพันธมิตรทางภาคเอกชนและการร่วมมือกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคเอกชน
.
การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่สำคัญในการเปิดตัวภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้งและให้การสนับสนุนหลักสูตรควบระดับปริญญามหาบัณฑิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกในอนาคต เป็นกำลังสำคัญในการสร้างผู้นำที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงทักษะการบริหารธุรกิจระดับสูง เพื่อช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวเข้าสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน
.
อนึ่ง หลักสูตรฯ มีการเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าศึกษาตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลและสมัครเรียนได้ที่ https://www.chulalgo.chula.ac.th/ หรือสอบถามข้อมูลทาง E-mail: chulalgo@chula.ac.th โทร. 02-2187812
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา ChulaLGO #MITLGO #MBA #หลักสูตรควบระดับสองปริญญา

จุฬาฯ เปิดศูนย์ “กันก่อนท่วม” หาทางออกร่วมแก้วิกฤตน้ำไทย เสนอแผน 5 มิติ ป้องกันเชิงรุกเพื่ออนาคตเมือง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผนึกกำลังร่วมภาครัฐ เอกชน วิชาการ และผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ จัดเวทีเสวนา “กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” แลกเปลี่ยนความรู้และบทเรียนการรับมือความเสี่ยงด้านน้ำ จากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและนานาชาติ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

.

ชี้ทางรอดเมืองไทยเสนอแผน 5 มิติยกระดับการรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทย สู่การ “ป้องกันล่วงหน้า” อย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่แยกส่วนการทำงานตามกรมหรือจังหวัด เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน พร้อมจัดตั้งศูนย์ “กันก่อนท่วม” เป็นกลไกกลางประสานเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูล และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อปกป้องเมืองและอนาคตของคนรุ่นต่อไป

.

ในช่วงแรก ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานว่า ภัยน้ำไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่คือการทำลาย “ชีวิตทั้งชีวิต” ทั้งโอกาสทางการศึกษา สุขภาพจิตครอบครัว ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและความมั่นคงของสังคม หากเกิดอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที และก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่า

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านองค์ความรู้แบบสหสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรม สถาปัตยกรรม วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯลฯ และมีศักยภาพในการเชื่อมประสานเครือข่าย ทั้งสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน รวมถึงความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อเสนอทางออกในการจัดการน้ำที่เป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม”

.

จากนั้น ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม” ไม่ใช่เพียงบทบาททางวิชาการ แต่เป็นความรับผิดชอบของสถาบันอุดมศึกษาต่อสังคม โดยศูนย์ฯ จะเป็นกลไกกลางเชื่อมองค์ความรู้สู่การลงมือทำ สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงน้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน และเปิดรับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ควบคู่กับบทเรียนจากพื้นที่จริง

.

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ “น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” โดยเปิดเผยว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ทั้งจาก “น้ำเหนือ” “น้ำทะเลหนุน” ประกอบกับสภาวะ “ฝนสุดขั้ว” และ “ฝนแช่” เช่น ในพื้นที่หาดใหญ่ทำให้ปริมาณฝนถึง 80% ของฝนทั้งปี ตกลงมาในพื้นที่เดียวภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สร้างความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เห็นได้จากมูลค่าความสูญเสียและเสียหายของมหาอุทกภัยปี 2554 สูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของงบประมาณแผ่นดินในปีดังกล่าว โดยผลกระทบกว่า 90% เกิดขึ้นกับภาคเอกชน ทั้งในรูปของความเสียหายและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

.

ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จึงมีภารกิจเพื่อร่วมหาแนวทางลดความเสียหายและการสูญเสียจากวิกฤตน้ำ และเสริมสร้างความพร้อมของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยจะทำหน้าที่สื่อสารและประสานความร่วมมือด้านการป้องกันความเสี่ยงน้ำล่วงหน้าบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เสริมพลังการทำงานของทุกภาคส่วน โดยไม่ซ้ำซ้อนหรือทดแทนภาครัฐ

.

รศ. ดร.วิทยา ได้เสนอความร่วมมือ 5 มิติ สู่ “เมือง (ประเทศ) แห่งความเสถียรภาพ (The Resilient Metropolis)” เพื่อรับมือความเสี่ยงน้ำในระยะยาว โดยเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของสังคม ได้แก่

มิติที่ 1: พลิกโฉมวิศวกรรม (Engineering Reinforcement)

เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำ แนวป้องกันริมแม่น้ำ และสถานีสูบน้ำ โดยผสานแบบจำลองพยากรณ์ขั้นสูง AI ข้อมูลเรียลไทม์ และระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และเตรียมการให้รองรับสถานการณ์ฝนสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติที่ 2: การจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำ (River Basin Management)

ขยายการป้องกันท่วมบรรเทาแล้งจากระดับเมืองสู่ระดับลุ่มน้ำ ผ่านการใช้แบบจำลองอุทกวิทยาและอุทกพลศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ AI และเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อประเมินทั้งมวลน้ำส่วนเกินและความเสี่ยงขาดแคลนน้ำล่วงหน้า สนับสนุนการบริหารจัดการมวลน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ผ่านแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้ความปลอดภัยของเมืองไม่ขึ้นอยู่กับมาตรการภายในเขตเมืองเพียงอย่างเดียว

มิติที่ 3: นวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation)

เรียนรู้จากแนวปฏิบัติสากล อาทิ ระบบป้องกันน้ำทะเลของเนเธอร์แลนด์ อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ของญี่ปุ่น และแนวคิดเมืองฟองน้ำจากจีนและสิงคโปร์ ผนวกภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย

มิติที่ 4: การปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำ (Adaptive Strategy)

เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “ต่อสู้กับน้ำ” สู่การ “อยู่กับน้ำ” ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงสร้างพื้นฐานสีฟ้า-เขียว การวางผังเมืองแบบยืดหยุ่น และการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสภาพภูมิอากาศให้กับประชาชน

มิติที่ 5: ขับเคลื่อนด้วยวิจัยและข้อมูลอัจฉริยะ (Smart Data & Research)

ใช้งานวิจัยและข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นฐานกำหนดนโยบาย พัฒนานวัตกรรมตามบริบทพื้นที่ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ชุมชน และเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างตรงจุดและยั่งยืน

.

นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา จัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ควบคู่การอนุรักษ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ น่าน (ต้นน้ำ): รักษาป่าต้นน้ำและลดภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ ชัยนาท: ปรับพฤติกรรมเกษตรกร สร้างรายได้ ลดผลกระทบน้ำท่วม-แล้ง นครปฐม: บริหารจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัด และ กรุงเทพฯ: พัฒนาระบบติดตามและพยากรณ์ฝนแม่นยำฉับไว เพื่อความปลอดภัยเมือง

.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเน้นย้ำมาโดยตลอดว่า ปัญหาน้ำไม่อาจแก้ได้ด้วยโครงการเดียว แต่ต้องเข้าใจระบบทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และต้องวางแผนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง “การจัดการน้ำคือเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่นโยบายเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ประเทศไทยต้องลงทุนกับการป้องกัน มากกว่าการซ่อมแซม”

.

ดร.สุเมธ ได้เสนอกรอบแผนการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลในอนาคต ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเน้นย้ำการทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วน พร้อมเสนอว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการทำงานด้านน้ำสู่การบูรณาการเชิงระบบ ด้วยการ

• ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ

• วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่ใช่ตามเส้นแบ่งกรมหรือจังหวัด

• เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน

โดยเห็นว่า ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จะเป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงรุก เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูลเชิงพื้นที่ และการสื่อสารสาธารณะ เข้ากับการตัดสินใจของรัฐ เพื่อให้การป้องกันภัยน้ำของประเทศเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ไม่จบลงเพียงบนเวทีเสวนา หรือรายงานเชิงวิชาการ

.

เวที “กันก่อนท่วม” ยังได้รับเกียรติผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อ.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ อดีตอาจารย์สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ และผศ. ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมพูดคุยใน Panel Discussion “From Risk to Action: กันก่อนท่วม ร่วมวาดอนาคตไทยพ้นภัยน้ำ”

.

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสถาบัน MIT มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใน Global Learning “รับมือความเสี่ยงน้ำอย่างเป็นระบบ: บทเรียนโลกที่ไทยต้องปรับให้ทัน” โดย Mrs. Victoria Elema, Team Lead International Water Affairs, Ministry of Infrastructure and Water Management of the Netherlands Mr. Toru Kajiwara, Minister and Chief of Economic Section at the Embassy of Japan in Thailand และ Dr. Sai Ravela, Director, Earth Signals and Systems Group, Earth, Atmospheric and Planetary Sciences, Massachusetts Institute of Technology (MIT)

.

หากเรารู้ก่อน เตรียมก่อน และร่วมมือกันก่อน ความสูญเสียจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลที่เราทุกคนต้องร่วมกัน “กันก่อนท่วม” ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาเมือง และอนาคตของลูกหลานเราไว้ด้วยกัน

#กันก่อนท่วม#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา

คณะวิศวฯ ร่วมพิธีเปิดและวิ่งคบเพลิง การแข่งขันกีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ภายใต้แนวคิด “จุฬาฯ สร้างสรรค์ สุขภาพเพื่อปวงชน”

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดพิธีเปิดและวิ่งคบเพลิง การแข่งขันกีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ภายใต้แนวคิด “จุฬาฯ สร้างสรรค์ สุขภาพเพื่อปวงชน” เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างบุคลากรจากทุกคณะและหน่วยงาน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธาน ในการนี้ อธิการบดีจุฬาฯ จุดไฟฤกษ์จากแสงอาทิตย์ ในเวลา 09.09 น. จากนั้นอธิการบดีจุฬาฯ วิ่งนำคบเพลิงจากหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ส่งต่อให้ผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้แทนส่วนงานวิ่งผ่านจุดต่าง ๆ ไปยังสนามกีฬาจุฬาฯ จากนั้นมีการเชิญธงกีฬาบุคลากรขึ้นสู่ยอดเสา ผู้แทนนักกีฬาจุดคบเพลิงที่กระถางคบเพลิง เริ่มการแข่งขันกีฬาบุคลากร ครั้งที่ 46 ประจำปี 2569
.
ในการนี้ ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าว โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี เป็นผู้วิ่งคบเพลิง
.
ทั้งนี้ กีฬาบุคลากรจุฬาฯ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2569 จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 6 มีนาคม 2569

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) จัดงานครบรอบวัน อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business”

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) จัดงานครบรอบวัน อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณูปการของ ศาสตราจารย์ อรุณ สรเทศน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และปูชนียบุคคลสำคัญของวงการวิศวกรรมไทย พร้อมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มุ่งเน้นการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Scope 3) ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวีระวัฒน์ ชลายน ประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมุ่งหวังให้เป็นเวทีเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero

ไฮไลท์สำคัญของงานคือ การปาฐกถาพิเศษจากผู้นำระดับสูง เริ่มต้นด้วย นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ “From Targets to Resilience” ที่ฉายภาพทิศทางพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และโครงสร้างการกำกับดูแลใหม่ ต่อด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมแชร์วิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Sustainability of IRPC” สะท้อนบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการสร้างความยั่งยืน

จากนั้น ยังมีการเสวนาเชิงลึกในหัวข้อ “ก้าวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ: แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการจัดการ Scope 3” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ นายจักรวาล เพิ่มญาณวรรธนะ ผู้ชำนาญการ แผนกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ นางสาวนารีรัตน์ ธนะเกษม ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาศักยภาพและเผยแพร่องค์ความรู้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ดำเนินการเสวนา โดย ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้ร่วมกันถอดรหัสความท้าทาย โอกาส และแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารจัดการ Scope 3 ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

ในช่วงท้ายของงาน ยังมีการเปิดตัว Whitepaper Guideline “IRPC CFO Scope 3” โดยทีมงานจากสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นคู่มือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินและบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในส่วนของ Scope 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบทุนมูลนิธิ อรุณ สรเทศน์ ภาคการศึกษาปลาย ประจำปีการศึกษา 2568 ให้กับนิสิตคณะวิศวฯ จุฬาฯ ที่เรียนดี จำนวนเงิน 194,500 บาท รวมจำนวน 7 ทุน มีนิสิตที่ได้รับทุน ดังนี้

ระดับปริญญามหาบัณฑิต จำนวน 2 ทุน

1. นายภูผา เชี่ยวบางยาง ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

2. นางสาวธัญภัค สวัสดิ์พาณิชย์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

ระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 5 ทุน

1. นายคณุตม์ลภัส อุ๋นวัฒนนุกูล ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

2. นายชนัฎฐ์พล ตรินชัย ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

3. นายคณิศร นามคาน ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

4. นายสิรวิชญ์ ส่งศิริ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

5. นายธีรภพ อุปเท่ห์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

งานวันอรุณ สรเทศน์ รำลึก ในปีนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงอดีต แต่ยังเป็นการมองไปข้างหน้า เพื่อสานต่อปณิธานในการนำความรู้วิศวกรรมศาสตร์มาสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสืบไป

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#อรุณสรเทศน์#CBiS#Scope3#ESG

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ให้การต้อนรับครูและนักเรียนจากโรงเรียนราชินีบน เพื่อรับฟังข้อมูลหลักสูตรการเรียนการสอนและเยี่ยมชมคณะฯ

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ บาลมงคล ผู้ช่วยคณบดี รองศาสตราจารย์นครทิพย์ พร้อมพูล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณราย ศิริเจริญ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ บุคลากรภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล บุคลากรภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และบุคลากรห้องสมุดได้ให้การต้อนรับครูและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนราชินีบน โดยการมาเยือนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อมูลหลักสูตรการเรียนการสอนของคณะฯ พร้อมทั้งเยี่ยมชมภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และห้องสมุดคณะฯ

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ #วิศวกรรมเครื่องกล

วิศวฯ จุฬาฯ ในสื่อ: ครั้งแรกของไทย! วงการแพทย์ผ่าตัดฝังกะโหลกไททาเนียมฝีมือคนไทย 100% ให้ทหารผู้เสียสละ

วิศวฯ จุฬาฯ ในสื่อ: ครั้งแรกของไทย! วงการแพทย์ผ่าตัดฝังกะโหลกไททาเนียมฝีมือคนไทย 100% ให้ทหารผู้เสียสละ
.
เพจ “หมอแล็บแพนด้า” หรือ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เผยนวัตกรรมของวงการแพทย์ไทยกับภารกิจปิดซ่อมกะโหลกศีรษะให้ทหารผู้เสียสละ”
.
นพ.ณัฐวุฒิ ทับพิลา และทีมแพทย์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ได้ช่วยกันทำภารกิจผ่าตัด “ปิดซ่อมกะโหลกศีรษะ” เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้แก่ทหารกล้าความพิเศษของภารกิจนี้ คือการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “คนไทยทำได้” ด้วยการใช้วัสดุไททาเนียมทดแทนกะโหลกศีรษะที่ผลิตจาก นวัตกรรมสัญชาติไทย โดยบริษัทสตาร์ทอัพของ รศ. ดร.บุญรัตน์ และทีมงานจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการผสาน ศาสตร์แห่งวิศวกรรมเข้ากับศาสตร์ทางการแพทย์ เพื่อเติมเต็มส่วนที่หายไปให้กับทหารผู้เสียสละเพื่อเราทุกคน คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000004909
.
ขอขอบคุณที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #กระดูกไทเทเนียม #Meticuly

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึกการตั้งค่า