จุฬาฯ เปิดศูนย์ “กันก่อนท่วม” หาทางออกร่วมแก้วิกฤตน้ำไทย เสนอแผน 5 มิติ ป้องกันเชิงรุกเพื่ออนาคตเมือง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผนึกกำลังร่วมภาครัฐ เอกชน วิชาการ และผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ จัดเวทีเสวนา “กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” แลกเปลี่ยนความรู้และบทเรียนการรับมือความเสี่ยงด้านน้ำ จากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและนานาชาติ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

.

ชี้ทางรอดเมืองไทยเสนอแผน 5 มิติยกระดับการรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทย สู่การ “ป้องกันล่วงหน้า” อย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่แยกส่วนการทำงานตามกรมหรือจังหวัด เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน พร้อมจัดตั้งศูนย์ “กันก่อนท่วม” เป็นกลไกกลางประสานเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูล และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อปกป้องเมืองและอนาคตของคนรุ่นต่อไป

.

ในช่วงแรก ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานว่า ภัยน้ำไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่คือการทำลาย “ชีวิตทั้งชีวิต” ทั้งโอกาสทางการศึกษา สุขภาพจิตครอบครัว ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและความมั่นคงของสังคม หากเกิดอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที และก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่า

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านองค์ความรู้แบบสหสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรม สถาปัตยกรรม วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯลฯ และมีศักยภาพในการเชื่อมประสานเครือข่าย ทั้งสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน รวมถึงความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อเสนอทางออกในการจัดการน้ำที่เป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม”

.

จากนั้น ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม” ไม่ใช่เพียงบทบาททางวิชาการ แต่เป็นความรับผิดชอบของสถาบันอุดมศึกษาต่อสังคม โดยศูนย์ฯ จะเป็นกลไกกลางเชื่อมองค์ความรู้สู่การลงมือทำ สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงน้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน และเปิดรับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ควบคู่กับบทเรียนจากพื้นที่จริง

.

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ “น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” โดยเปิดเผยว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ทั้งจาก “น้ำเหนือ” “น้ำทะเลหนุน” ประกอบกับสภาวะ “ฝนสุดขั้ว” และ “ฝนแช่” เช่น ในพื้นที่หาดใหญ่ทำให้ปริมาณฝนถึง 80% ของฝนทั้งปี ตกลงมาในพื้นที่เดียวภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สร้างความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เห็นได้จากมูลค่าความสูญเสียและเสียหายของมหาอุทกภัยปี 2554 สูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของงบประมาณแผ่นดินในปีดังกล่าว โดยผลกระทบกว่า 90% เกิดขึ้นกับภาคเอกชน ทั้งในรูปของความเสียหายและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

.

ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จึงมีภารกิจเพื่อร่วมหาแนวทางลดความเสียหายและการสูญเสียจากวิกฤตน้ำ และเสริมสร้างความพร้อมของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยจะทำหน้าที่สื่อสารและประสานความร่วมมือด้านการป้องกันความเสี่ยงน้ำล่วงหน้าบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เสริมพลังการทำงานของทุกภาคส่วน โดยไม่ซ้ำซ้อนหรือทดแทนภาครัฐ

.

รศ. ดร.วิทยา ได้เสนอความร่วมมือ 5 มิติ สู่ “เมือง (ประเทศ) แห่งความเสถียรภาพ (The Resilient Metropolis)” เพื่อรับมือความเสี่ยงน้ำในระยะยาว โดยเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของสังคม ได้แก่

มิติที่ 1: พลิกโฉมวิศวกรรม (Engineering Reinforcement)

เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำ แนวป้องกันริมแม่น้ำ และสถานีสูบน้ำ โดยผสานแบบจำลองพยากรณ์ขั้นสูง AI ข้อมูลเรียลไทม์ และระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และเตรียมการให้รองรับสถานการณ์ฝนสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติที่ 2: การจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำ (River Basin Management)

ขยายการป้องกันท่วมบรรเทาแล้งจากระดับเมืองสู่ระดับลุ่มน้ำ ผ่านการใช้แบบจำลองอุทกวิทยาและอุทกพลศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ AI และเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อประเมินทั้งมวลน้ำส่วนเกินและความเสี่ยงขาดแคลนน้ำล่วงหน้า สนับสนุนการบริหารจัดการมวลน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ผ่านแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้ความปลอดภัยของเมืองไม่ขึ้นอยู่กับมาตรการภายในเขตเมืองเพียงอย่างเดียว

มิติที่ 3: นวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation)

เรียนรู้จากแนวปฏิบัติสากล อาทิ ระบบป้องกันน้ำทะเลของเนเธอร์แลนด์ อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ของญี่ปุ่น และแนวคิดเมืองฟองน้ำจากจีนและสิงคโปร์ ผนวกภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย

มิติที่ 4: การปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำ (Adaptive Strategy)

เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “ต่อสู้กับน้ำ” สู่การ “อยู่กับน้ำ” ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงสร้างพื้นฐานสีฟ้า-เขียว การวางผังเมืองแบบยืดหยุ่น และการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสภาพภูมิอากาศให้กับประชาชน

มิติที่ 5: ขับเคลื่อนด้วยวิจัยและข้อมูลอัจฉริยะ (Smart Data & Research)

ใช้งานวิจัยและข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นฐานกำหนดนโยบาย พัฒนานวัตกรรมตามบริบทพื้นที่ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ชุมชน และเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างตรงจุดและยั่งยืน

.

นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา จัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ควบคู่การอนุรักษ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ น่าน (ต้นน้ำ): รักษาป่าต้นน้ำและลดภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ ชัยนาท: ปรับพฤติกรรมเกษตรกร สร้างรายได้ ลดผลกระทบน้ำท่วม-แล้ง นครปฐม: บริหารจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัด และ กรุงเทพฯ: พัฒนาระบบติดตามและพยากรณ์ฝนแม่นยำฉับไว เพื่อความปลอดภัยเมือง

.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเน้นย้ำมาโดยตลอดว่า ปัญหาน้ำไม่อาจแก้ได้ด้วยโครงการเดียว แต่ต้องเข้าใจระบบทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และต้องวางแผนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง “การจัดการน้ำคือเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่นโยบายเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ประเทศไทยต้องลงทุนกับการป้องกัน มากกว่าการซ่อมแซม”

.

ดร.สุเมธ ได้เสนอกรอบแผนการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลในอนาคต ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเน้นย้ำการทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วน พร้อมเสนอว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการทำงานด้านน้ำสู่การบูรณาการเชิงระบบ ด้วยการ

• ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ

• วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่ใช่ตามเส้นแบ่งกรมหรือจังหวัด

• เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน

โดยเห็นว่า ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จะเป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงรุก เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูลเชิงพื้นที่ และการสื่อสารสาธารณะ เข้ากับการตัดสินใจของรัฐ เพื่อให้การป้องกันภัยน้ำของประเทศเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ไม่จบลงเพียงบนเวทีเสวนา หรือรายงานเชิงวิชาการ

.

เวที “กันก่อนท่วม” ยังได้รับเกียรติผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อ.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ อดีตอาจารย์สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ และผศ. ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมพูดคุยใน Panel Discussion “From Risk to Action: กันก่อนท่วม ร่วมวาดอนาคตไทยพ้นภัยน้ำ”

.

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสถาบัน MIT มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใน Global Learning “รับมือความเสี่ยงน้ำอย่างเป็นระบบ: บทเรียนโลกที่ไทยต้องปรับให้ทัน” โดย Mrs. Victoria Elema, Team Lead International Water Affairs, Ministry of Infrastructure and Water Management of the Netherlands Mr. Toru Kajiwara, Minister and Chief of Economic Section at the Embassy of Japan in Thailand และ Dr. Sai Ravela, Director, Earth Signals and Systems Group, Earth, Atmospheric and Planetary Sciences, Massachusetts Institute of Technology (MIT)

.

หากเรารู้ก่อน เตรียมก่อน และร่วมมือกันก่อน ความสูญเสียจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลที่เราทุกคนต้องร่วมกัน “กันก่อนท่วม” ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาเมือง และอนาคตของลูกหลานเราไว้ด้วยกัน

#กันก่อนท่วม#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) จัดงานครบรอบวัน อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business”

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) จัดงานครบรอบวัน อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณูปการของ ศาสตราจารย์ อรุณ สรเทศน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และปูชนียบุคคลสำคัญของวงการวิศวกรรมไทย พร้อมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มุ่งเน้นการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Scope 3) ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวีระวัฒน์ ชลายน ประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมุ่งหวังให้เป็นเวทีเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero

ไฮไลท์สำคัญของงานคือ การปาฐกถาพิเศษจากผู้นำระดับสูง เริ่มต้นด้วย นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ “From Targets to Resilience” ที่ฉายภาพทิศทางพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และโครงสร้างการกำกับดูแลใหม่ ต่อด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมแชร์วิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Sustainability of IRPC” สะท้อนบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการสร้างความยั่งยืน

จากนั้น ยังมีการเสวนาเชิงลึกในหัวข้อ “ก้าวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ: แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการจัดการ Scope 3” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ นายจักรวาล เพิ่มญาณวรรธนะ ผู้ชำนาญการ แผนกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ นางสาวนารีรัตน์ ธนะเกษม ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาศักยภาพและเผยแพร่องค์ความรู้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ดำเนินการเสวนา โดย ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้ร่วมกันถอดรหัสความท้าทาย โอกาส และแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารจัดการ Scope 3 ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

ในช่วงท้ายของงาน ยังมีการเปิดตัว Whitepaper Guideline “IRPC CFO Scope 3” โดยทีมงานจากสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นคู่มือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินและบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในส่วนของ Scope 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบทุนมูลนิธิ อรุณ สรเทศน์ ภาคการศึกษาปลาย ประจำปีการศึกษา 2568 ให้กับนิสิตคณะวิศวฯ จุฬาฯ ที่เรียนดี จำนวนเงิน 194,500 บาท รวมจำนวน 7 ทุน มีนิสิตที่ได้รับทุน ดังนี้

ระดับปริญญามหาบัณฑิต จำนวน 2 ทุน

1. นายภูผา เชี่ยวบางยาง ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

2. นางสาวธัญภัค สวัสดิ์พาณิชย์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

ระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 5 ทุน

1. นายคณุตม์ลภัส อุ๋นวัฒนนุกูล ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

2. นายชนัฎฐ์พล ตรินชัย ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

3. นายคณิศร นามคาน ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

4. นายสิรวิชญ์ ส่งศิริ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

5. นายธีรภพ อุปเท่ห์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

งานวันอรุณ สรเทศน์ รำลึก ในปีนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงอดีต แต่ยังเป็นการมองไปข้างหน้า เพื่อสานต่อปณิธานในการนำความรู้วิศวกรรมศาสตร์มาสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสืบไป

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#อรุณสรเทศน์#CBiS#Scope3#ESG

คณะวิศวฯ จุฬาฯ จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสขึ้นพุทธศักราช 2569

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดพิธีทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทานและจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ 9 รูป เนื่องในโอกาสปีใหม่พุทธศักราช 2569 พร้อมกันนี้ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต นิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ และผู้บริหารสมาคมนิสิตเก่าวิศวฯ จุฬาฯ ร่วมกันเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นสักการะพระบรมฉายาลักษณ์และร่วมกันขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และนางสาวกัญญณัช จุ้ยขาว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เป็นผู้แทนคณาจารย์และบุคลากรมอบกระเช้าสวัสดีปีใหม่แด่คณบดี และรองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีได้กล่าวคำอวยพรปีใหม่แก่คณาจารย์ บุคลากร นิสิตและนิสิตเก่าทุกท่าน

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

ว่ายสู่ความยั่งยืน ทางเลือกสระว่ายน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตคาร์บอนต่ำ ตอนที่ 1-2

ผ่านมาแล้วกับมหกรรมกีฬา SEA Games ครั้งที่ 33 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นงานกีฬาระดับภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ มีนักกีฬา ผู้ติดตาม และกิจกรรมสนับสนุนจำนวนมาก การจัดงานลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแข่งขันกีฬาเท่านั้น หากแต่ยังเป็น “อีเวนต์” ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ โดยเฉพาะประเด็น Carbon Footprint of Event (CFE) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยังค่อนข้างใหม่ในบริบทของการจัดงานกีฬาในประเทศไทย

งานมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่มีแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางของนักกีฬาและผู้ชม การใช้พลังงานระหว่างการแข่งขัน ตลอดจน การก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ซึ่งงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า “การก่อสร้าง” เป็นหนึ่งในแหล่งการปล่อยคาร์บอนที่สำคัญ โดยเฉพาะในรูปของคาร์บอนแฝง (embodied carbon) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น

หนึ่งในกีฬาที่พึ่งพาโครงสร้างเฉพาะทางมากที่สุดคือ กีฬาว่ายน้ำ ซึ่งต้องใช้สระที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สระว่ายน้ำแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะ สระคอนกรีต กลับแฝงภาระทางสิ่งแวดล้อมไว้จำนวนมาก ตั้งแต่การใช้ปูนซีเมนต์ซึ่งมีการปล่อยคาร์บอนสูง ไปจนถึงการรื้อถอนที่ก่อให้เกิดของเสียจำนวนมาก และยากต่อการรีไซเคิลหรือการนำกลับมาใช้ซ้ำ

เพื่อให้การจัดงานกีฬาในอนาคตมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น บทความชุดนี้จึงชวนผู้อ่านสำรวจคำถามสำคัญว่า เราจะสร้างสระว่ายน้ำที่ดีต่อกีฬา และดีต่อโลกไปพร้อมกันได้อย่างไร

ตอนที่ 1 พาผู้อ่านสำรวจภาระทางสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ในการก่อสร้างสระว่ายน้ำคอนกรีตแบบเดิม พร้อมเปรียบเทียบวัสดุทางเลือกอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
https://anyflip.com/dfaj/ztih/

ตอนที่ 2 พาผู้อ่านไปสู่กรณีศึกษาระดับโลกจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ปารีส 2024 ซึ่งผู้จัดงานเลือกใช้ สระว่ายน้ำสเตนเลสแบบโมดูลาร์ (Stainless Modular Pool) แทนการก่อสร้างสระคอนกรีตถาวร พร้อมทบทวนผลการศึกษา การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) และการวิเคราะห์สถานการณ์สมมติเมื่อมีการรื้อถอน ย้าย และนำสระกลับมาใช้ซ้ำ (reuse)
https://anyflip.com/dfaj/ogen/

บทความทั้งสองตอนจะช่วยให้ผู้อ่านมอง “สระว่ายน้ำ” ในมุมใหม่ ตั้งแต่ระดับวัสดุ การออกแบบโครงการ ไปจนถึงการใช้งานหลังจบการแข่งขัน และอาจเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยผลักดันให้การจัดมหกรรมกีฬาของไทย เดินหน้าไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนอนาคตคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

#ChulaEngineering #CHULA #SEAGames33 #CarbonFootprintOfEvent #CFE #SportAndSustainability #GreenSport

สวัสดีปีใหม่ 2569 Happy New Year 2026

สวัสดีปีใหม่ 2569

Happy New Year 2026

กล่าวคำอวยพรปีใหม่

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

พิธีเปิดค่ายฟันเฟืองสานฝัน ครั้งที่ 25 ณ โรงเรียนวังโพนงามวิทยา จ.เลย

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย อาจารย์ ดร.กมลทิพย์ พลอยกระจ่าง ผู้ช่วยคณบดี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดค่ายฟันเฟืองสานฝัน ครั้งที่ 25 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดโดย นิสิตชมรมวิชาการ คณะวิศวฯ จุฬาฯ ระหว่างวันที่ 13 – 26 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนวังโพนงามวิทยา ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมีน้อง ๆ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 70 คน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทางโรงเรียนและนักเรียนที่เข้าร่วมเป็นอย่างดี

ค่ายฟันเฟืองสานฝัน ครั้งที่ 25 เป็นค่ายที่นิสิตชมรมวิชาการ คณะวิศวฯ จุฬาฯ มุ่งเน้นการสอนหนังสือ สร้างความรู้ความเข้าใจ ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง แนะแนวทางในการศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมทั้ง สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายความฝันให้กับน้อง ๆ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อสานฝันสู่การเป็นวิศวกรในอนาคต

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #ค่ายฟันเฟืองสานฝัน #ค่ายฟันเฟืองสานฝันครั้งที่25

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะวิศวฯ ที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award ประจำปีงบประมาณ 2569

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะวิศวฯ ที่ได้รับรางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award ประจำปีงบประมาณ 2569 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดังนี้

.

รางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวน 1 รางวัล ได้แก่

รางวัลระดับดีมาก

1. อาจารย์ ดร.ชาณญ พรรุ่งโรจน์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์

วิทยานิพนธ์ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์เชื้อเพลิงสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแนวทางเสริมแบบบูรณาการ: การสังเคราะห์เชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงและการใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนเหลือทิ้งอย่างมีประสิทธิผล (Enhancing solar fuel synthesis via complementary approaches: round-the-clock operation and heat utilisation) (สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช)

อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก: Professor Erwin Reisner

.

รางวัลผลงานคุณภาพ NRCT Quality Achievement Award แก่ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ และผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 5 รางวัล

.

วิทยานิพนธ์ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

1. ดร.วิพาดา อุปมา ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์

วิทยานิพนธ์เรื่อง กรอบอินทรีย์โควาเลนต์ซึ่งอาศัยตัวเชื่อมแอลดีไฮด์และเอมีนเพื่อเป็นชั้นรอยต่อประดิษฐ์วัฏภาคของแข็งกับอิเล็กโทรไลต์สำหรับขั้วแอโนดสังกะสีในอิเล็กโทรไลต์ฐานน้ำ (Covalent Organic Frameworks Based on Aldehyde And Amine Linkers as Artificial Solid Electrolyte Interphase for Zinc Anode in Aqueous Electrolyte) (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย)

2. ดร.วธัญญู เก้าเอี้ยน ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์

วิทยานิพนธ์เรื่อง การพัฒนาแบตเตอรี่ไอออนสังกะสีซึ่งไม่ใช้น้ำฐานแคโทดแมงกานีสไดออกไซด์ (Development of Nonaqueous Zinc-Ion Battery Based on Manganese Dioxide Cathode) (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย)

ผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 3 รางวัล ได้แก่

1. รองศาสตราจารย์ ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ สำนักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ (ISE) คณะวิศวกรรมศาสตร์

ผลงานเรื่อง หุ่นยนต์สวมใส่บนร่างกายผสานการขับเคลื่อนด้วยล้อเพื่อช่วยเหลือการเคลื่อนไหวของมนุษย์ (Wheelchair-Exoskeleton Hybrid Robot for Assisting Human Locomotion) (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย)

2. ดร.พรนภา ต่างท้วม และคณะ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์

ผลงานเรื่อง เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบไหล ไฮบริดสังกะสี-โบรมีน โดยใช้สูตรสารอิเล็กโทรไลต์ และสารเติมแต่งที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย เพื่อความยั่งยืนและความมั่นคงของประเทศ” (Hybrid Zinc-Bromine Flow Battery Technology Utilizing High-Performance and Safe Electrolyte Formulations and Additives for Energy Security and National Sustainability) (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย)

3. นายกิจชัย กาญจนประภากุล และคณะ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์

ผลงานเรื่อง MagAir: พลังงานสำรองอัจฉริยะเพื่อภัยพิบัติ (MagAir: Intelligent Backup Power for Disaster Resilience) (สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย)

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา

จุฬาฯ โดยคณะวิศวฯ ได้นำสิ่งของเครื่องใช้และอาหารแห้งที่ได้จัดเตรียม พร้อมทั้งสิ่งของที่รับบริจาคไปมอบให้กับกองบังคับการกรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชุมชนบริเวณรอบพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาสต่อไป

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง รองคณบดี ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี น.ส.กัญญณัช จุ้ยขาว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บุคลากร และนิสิตได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ยา ข้าวสาร และอาหารแห้ง

ในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้นำสิ่งของเครื่องใช้และอาหารแห้งที่ได้จัดเตรียม พร้อมทั้งสิ่งของที่รับบริจาคไปมอบให้กับกองบังคับการกรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยชุมชนบริเวณรอบพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาสต่อไป

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#จุฬา#จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#รวมใจฝ่าภัยน้ำท่วมใต้#ฝ่าภัยน้ำท่วมใต้#น้ำท่วมภาคใต้#น้ำท่วม68

คณะวิศวฯ รวบรวมสิ่งของที่รับบริจาคในรอบแรก ส่งมอบให้กับทางจุฬาฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ต่อไป

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 คณะวิศวกรรมศาสตร์ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง รองคณบดี บุคลากร และนิสิต ร่วมกันรวบรวมสิ่งของที่รับบริจาคในรอบแรก นำไปส่งมอบให้กับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ต่อไป

.

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

.

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของ สามารถนำมามอบได้ที่ โถงตึก 100 ปี คณะวิศวฯ จุฬาฯ

โดยการส่งมอบของบริจาคในรอบที่ 2 จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

.

ติดต่อประสานงาน/ขอข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-218-6337 หรือ 02-218-6694

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#จุฬา#จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#รวมใจฝ่าภัยน้ำท่วมใต้#ฝ่าภัยน้ำท่วมใต้#น้ำท่วมภาคใต้#น้ำท่วม#อุทกภัย#น้ำท่วม68

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ร่วมจัดแสดงผลงานวิชาการ ในงานนิทรรศการวิชาการเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษา” (วันนิทรรศการวิชาการ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครั้งที่ 18 ประจำปี 2568) ณ กองวิชาประวัติศาสตร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 47 พร้อมด้วยสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เฝ้าฯ รับเสด็จ พลเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทั้งเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับพระองค์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัญญวัชร์ วังยาว ประธานหลักสูตรวิศวกรรมและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ คณะวิศวฯ จุฬาฯ เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรจากการร่วมจัดนิทรรศการ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับพระองค์

งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ หัวข้องาน AI Technology: Military/Thaharn Phandee Project (The Good Farmer Soldiers)/Other Applications จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 พฤศจิกายน 2568 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นหลักสูตรความร่วมมือระหว่างโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัญญวัชร์ วังยาว ประธานหลักสูตรฯ และ ร้อยเอก ปฏิภาณ แก้วสนิท นิสิตในหลักสูตรฯ ได้ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาแผ่นวัสดุเชิงประกอบซิลิกอนคาร์ไบด์–อะลูมิเนียมในเมทริกเรซินพิมพ์สามมิติวิเคราะห์ด้วย AI แบบเคลือบเทปอะลูมิเนียม เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าสาหรับโครงสร้างอากาศยานไร้คนขับทางทหารขนาดเล็ก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึกการตั้งค่า