คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพด้านงานวิชาการ งานวิจัย และงานบริการวิชาการด้านวิศวกรรมและการแพทย์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพด้านงานวิชาการ งานวิจัย และงานบริการวิชาการด้านวิศวกรรมและการแพทย์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 15.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมคณะฯ ชั้น 2 ตึกอำนวยการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านกายอุปกรณ์และสิ่งปลูกฝังทางออร์โธปิดิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงกุลภา ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร ร่วมเป็นสักขีพยาน

ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการ การวิจัย และการบริการวิชาการในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมศาสตร์และการแพทย์ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างสองสถาบัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และการพัฒนางานวิจัยที่มีมาตรฐานทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ตลอดจนเน้นย้ำการนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้จริงในการดูแลรักษาผู้ป่วย

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา #ศิริราช #Siriraj #Mahidol #โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร

คณะวิศวฯ ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์คณะวิศวฯ ในโอกาสที่ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรแห่งจุฬาฯ ประจำปี พ.ศ. 2569

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์คณะวิศวฯ ในโอกาสที่ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี พ.ศ. 2569

จัดโดยสำนักบริหารวิจัย สำนักบริหารวิชาการ และสำนักบริหารกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ หอประชุมจุฬาฯ โดยมี ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัย และ ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานมอบรางวัลยกย่องและแสดงความยินดีแก่บุคลากรจุฬาฯ ซึ่งสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจมาสู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวรายงานโดย ศ. ภญ. ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ รองอธิการบดีจุฬาฯ

พร้อมกันนี้ รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากรได้ร่วมแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้ให้กับคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับรางวัล ดังนี้

รางวัลประกาศเกียรติคุณศาสตราจารย์
ศ. ดร.พีรพล เวทีกูล ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ศ. ดร.จิตโกมุท ส่งศิริ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า
ศ. ดร.วิทิต ปานสุข ภาควิชาวิศวกรรมโยธา
ศ. ดร.เบญจพร สุวรรณศิลป์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ศ. ดร.ตะวัน ลิมปิยากร ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

รางวัลประกาศเกียรติคุณศาสตราภิชาน
ดร.สมเกียรติ ประจําวงษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
Professor Dr.Chris Zevenbergen คณะวิศวกรรมศาสตร์

รางวัลการวิจัย กองทุนรัชดาภิเษกสมโภช
ศ. ดร.ธีรพงศ์ เสนจันทร์ฒิไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์

ติดตามภาพบรรยากาศงานพิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรแห่งจุฬาฯได้ที่ Youtube: Research Chula
ดาวน์โหลดภาพบรรยากาศ ได้ที่ https://bit.ly/4sC6UfB
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

คณะวิศวฯ จุฬาฯ เป็นเจ้าภาพเปิดบ้านต้อนรับสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ในโครงการเพื่อนเยี่ยมเพื่อน ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพเปิดบ้านต้อนรับสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ในโครงการเพื่อนเยี่ยมเพื่อน ครั้งที่ 1/2569

กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชมห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากนั้นเป็นการนำเสนอประสบการณ์การดำเนินงานหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล (CEDT) ในรูปแบบ Sandbox โดย ผศ. ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ตามด้วยการนำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (AIMET) โดย ผศ. ดร.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ รศ. พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ รองคณบดีด้านนวัตกรรมแนวบูรณาการและเทคโนโลยีดิจิทัล และภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์

ต่อจากนั้น สมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อรับฟังข้อมูลและลงพื้นที่เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ประกอบด้วย

– ห้องปฏิบัติการโครงสร้างจริง ภาควิชาวิศวกรรมโยธา โดยมี ศ. ดร.เกษม ชูจารุกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา รศ. ดร.ชยุตม์ งามโขนง และ อ. ดร.ศิวารักษ์ อุ่นศิวิไลย์ ให้การต้อนรับ

– ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ ด้าน Smart Living Solutions ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า โดยมี รศ. ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และ รศ. ดร.แนบบุญ หุนเจริญ ให้การต้อนรับ

– ห้องปฏิบัติการ Digital Fabrication Center ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล โดยมี ศ. ดร.ไพโรจน์ สิงหถนัดกิจ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล รศ. ดร.รัชทิน จันทร์เจริญ รศ. ดร.กฤษฎา พนมเชิง และ รศ. ดร.นภดนัย อาชวาคม รองคณบดี ให้การต้อนรับ

ในช่วงบ่าย ได้มีการนำเสนอระบบ myCourseVille ซึ่งเป็น Learning Management System ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดย รศ. ดร.อติวงศ์ สุชาโต รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากนั้นเป็นการนำเสนอความสำเร็จของคณะวิศวฯ จุฬาฯ ในการสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยสู่เชิงเชิงพาณิชย์ โดยมีบริษัท spin-off จากงานวิจัยของคณะวิศวฯ จุฬาฯ มาร่วมนำเสนอ พร้อมทั้งจัดแสดงผลงาน ได้แก่

– บริษัท เมติคูลี่ จำกัด นวัตกรรมกระดูกเทียมไทเทเนียม โดย รศ .ดร.บุญรัตน์ โล่วงศ์วัฒน

– บริษัท Engine Life จำกัด นวัตกรรม SilkLife: ไหมไทยสู่นวัตกรรมชีววัสดุ ต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่ไฮโดรเจล ยาแผ่นแปะและฟิล์มในช่องปาก ที่ปลอดภัยและย่อยสลายได้ โดย รศ. ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์

– บริษัท MUTHA จำกัด นวัตกรรมขาเทียมเพื่อผู้พิการ โดย รศ. ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ

ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการกล่าวขอบคุณสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยทุกท่าน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยสมัยที่ 47 และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

#EngineeringThailand#ChulaEngineering#เพื่อนเยี่ยมเพื่อน

คณะวิศวฯ จุฬาฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 47 ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 47 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

การประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 47 ครั้งที่ 1/2569 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับสมาชิกสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย

จากนั้นเป็นกิจกรรม “สภาฯ Connect” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “การพัฒนากำลังคนสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี” เพื่อร่วมกันหารือถึงแนวทางผลิตวิศวกรที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในยุคดิจิทัล

หลังจากนั้นได้มีการประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 47 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยสมัยที่ 47 และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธาน

#EngineeringThailand#ChulaEngineering

คณะวิศวฯ จุฬาฯ จัดโครงการ Global networking with TOP100 universities ณ The Hong Kong Polytechnic University (PolyU)

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการยุทธศาสตร์ความเป็นผู้นำเครือข่ายและฮับองค์ความรู้และบุคลากรผู้นำเชิงวิชาการบนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก (Global networking with TOP100 universities) ณ The Hong Kong Polytechnic University (PolyU) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ รองคณบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์ ลีละวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดี หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รองหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเคมี และคณาจารย์ ร่วมประชุมหารือกับ Ir Professor H.C. MAN, Dean, Faculty of Engineering Prof. Xiangdong LI, Dean, Faculty of Construction and Environment ผู้บริหาร และคณาจารย์จาก The Hong Kong Polytechnic University เพื่อหารือเรื่องการแลกเปลี่ยนนิสิต และความร่วมมืออื่น ๆ ในอนาคต

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #TheHongKongPolytechnicUniversity #PolyU #112ปีวิศวจุฬา

คณะวิศวฯ จุฬาฯ จัดโครงการ Global networking with TOP100 universities ณ ณ Faculty of Engineering, Hong Kong University of Science and Technology (HKUST)

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการยุทธศาสตร์ความเป็นผู้นำเครือข่ายและฮับองค์ความรู้และบุคลากรผู้นำเชิงวิชาการบนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก (Global networking with TOP100 universities) ณ Faculty of Engineering, Hong Kong University of Science and Technology (HKUST) นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ รองคณบดี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์ ลีละวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดี หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รองหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเคมี และคณาจารย์ ร่วมประชุมหารือกับ Prof Hong K. LO คณบดี ผู้บริหาร และคณาจารย์จาก HKUST เพื่อผลักดันความร่วมมือในหลักสูตรสองปริญญาข้ามสถาบันของทั้ง 2 มหาวิทยาลัย รวมทั้งขยายความร่วมมือรับนิสิต HKUST ในหลักสูตร IES : Innovative Engineering for Sustainability ของคณะฯ นอกจากนี้ ยังได้มีการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของ HKUST อีกด้วย

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #HKUST #112ปีวิศวจุฬา

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับนิสิตจุฬาฯ ทีม RapidAmente ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขัน TSAE Auto Challenge 2026 Student Formular

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับทีม RapidAmente นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะอื่น ๆ ในโอกาสที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขัน TSAE Auto Challenge 2026 Student Formular จัดโดย สมาคมวิศวยานยนต์ไทย เมื่อวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ จ.ปทุมธานี

การแข่งขันนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาได้พัฒนาความสามารถด้านการออกแบบ การวิจัย และสร้างยานยนต์ รวมถึงเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ในการลงสนามจริงอีกด้วย

ขอขอบคุณภาพจาก Chula Formula Student :: Rapidamente

#curapidamente #tsae2026 #ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

จุฬาฯ – ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการต่อเนื่องอีก 5 ปีเสริมสร้างบุคลากรและพัฒนางานวิจัยด้านพลังงาน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งที่ 7 โดยมี ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายพีระพงศ์ ไชยลาโภ รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์ การพัฒนา และบำรุงรักษา บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีร่วมเป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว พร้อมด้วย ผศ. ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง รองคณบดี ผศ. ดร.พงษ์แพทย์ เพ่งวาณิชย์ รองคณบดี รศ. ดร.กิตติพงค์ จงกิตตินฤกร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม ผศ. ดร.เพชญ์ ภัคโชตานนท์ (เตชรัตน์) ผู้ช่วยคณบดี และ รศ. ดร.ศุภฤกษ์ ประเสริฐธรรม ภาควิชาวิศวกรรมเคมี เข้าร่วมงานฯ

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร การศึกษาและงานวิจัยเชิงลึกในสาขาธรณีศาสตร์ ธรณีฟิสิกส์ปิโตรเลียม วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนภารกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ ปตท.สผ. ได้ร่วมมือทางวิชาการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการขยายระยะเวลาความร่วมมือต่อเนื่องไปอีก 5 ปี ครอบคลุมทั้งการสนับสนุนทุนการศึกษา งานวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรมเฉพาะด้าน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยงานวิจัยและพัฒนาหลายโครงการได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้งานจริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #112ปีวิศวจุฬา

จุฬาฯ เปิดศูนย์ “กันก่อนท่วม” หาทางออกร่วมแก้วิกฤตน้ำไทย เสนอแผน 5 มิติ ป้องกันเชิงรุกเพื่ออนาคตเมือง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผนึกกำลังร่วมภาครัฐ เอกชน วิชาการ และผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ จัดเวทีเสวนา “กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” แลกเปลี่ยนความรู้และบทเรียนการรับมือความเสี่ยงด้านน้ำ จากเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและนานาชาติ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

.

ชี้ทางรอดเมืองไทยเสนอแผน 5 มิติยกระดับการรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทย สู่การ “ป้องกันล่วงหน้า” อย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่แยกส่วนการทำงานตามกรมหรือจังหวัด เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน พร้อมจัดตั้งศูนย์ “กันก่อนท่วม” เป็นกลไกกลางประสานเชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูล และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อปกป้องเมืองและอนาคตของคนรุ่นต่อไป

.

ในช่วงแรก ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานว่า ภัยน้ำไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่คือการทำลาย “ชีวิตทั้งชีวิต” ทั้งโอกาสทางการศึกษา สุขภาพจิตครอบครัว ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและความมั่นคงของสังคม หากเกิดอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที และก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่า

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความพร้อมด้านองค์ความรู้แบบสหสาขาวิชา ทั้งวิศวกรรม สถาปัตยกรรม วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ฯลฯ และมีศักยภาพในการเชื่อมประสานเครือข่าย ทั้งสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน รวมถึงความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อเสนอทางออกในการจัดการน้ำที่เป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่มาของการจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม”

.

จากนั้น ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจัดตั้ง ศูนย์ “กันก่อนท่วม” ไม่ใช่เพียงบทบาททางวิชาการ แต่เป็นความรับผิดชอบของสถาบันอุดมศึกษาต่อสังคม โดยศูนย์ฯ จะเป็นกลไกกลางเชื่อมองค์ความรู้สู่การลงมือทำ สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงน้ำให้ประชาชนเข้าใจง่าย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน และเปิดรับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ควบคู่กับบทเรียนจากพื้นที่จริง

.

รศ. ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ “น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” โดยเปิดเผยว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง ทั้งจาก “น้ำเหนือ” “น้ำทะเลหนุน” ประกอบกับสภาวะ “ฝนสุดขั้ว” และ “ฝนแช่” เช่น ในพื้นที่หาดใหญ่ทำให้ปริมาณฝนถึง 80% ของฝนทั้งปี ตกลงมาในพื้นที่เดียวภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สร้างความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เห็นได้จากมูลค่าความสูญเสียและเสียหายของมหาอุทกภัยปี 2554 สูงถึง 1.43 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของงบประมาณแผ่นดินในปีดังกล่าว โดยผลกระทบกว่า 90% เกิดขึ้นกับภาคเอกชน ทั้งในรูปของความเสียหายและการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

.

ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จึงมีภารกิจเพื่อร่วมหาแนวทางลดความเสียหายและการสูญเสียจากวิกฤตน้ำ และเสริมสร้างความพร้อมของเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยจะทำหน้าที่สื่อสารและประสานความร่วมมือด้านการป้องกันความเสี่ยงน้ำล่วงหน้าบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เสริมพลังการทำงานของทุกภาคส่วน โดยไม่ซ้ำซ้อนหรือทดแทนภาครัฐ

.

รศ. ดร.วิทยา ได้เสนอความร่วมมือ 5 มิติ สู่ “เมือง (ประเทศ) แห่งความเสถียรภาพ (The Resilient Metropolis)” เพื่อรับมือความเสี่ยงน้ำในระยะยาว โดยเน้นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของสังคม ได้แก่

มิติที่ 1: พลิกโฉมวิศวกรรม (Engineering Reinforcement)

เสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำ แนวป้องกันริมแม่น้ำ และสถานีสูบน้ำ โดยผสานแบบจำลองพยากรณ์ขั้นสูง AI ข้อมูลเรียลไทม์ และระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และเตรียมการให้รองรับสถานการณ์ฝนสุดขั้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติที่ 2: การจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำ (River Basin Management)

ขยายการป้องกันท่วมบรรเทาแล้งจากระดับเมืองสู่ระดับลุ่มน้ำ ผ่านการใช้แบบจำลองอุทกวิทยาและอุทกพลศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ AI และเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อประเมินทั้งมวลน้ำส่วนเกินและความเสี่ยงขาดแคลนน้ำล่วงหน้า สนับสนุนการบริหารจัดการมวลน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ผ่านแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้ความปลอดภัยของเมืองไม่ขึ้นอยู่กับมาตรการภายในเขตเมืองเพียงอย่างเดียว

มิติที่ 3: นวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation)

เรียนรู้จากแนวปฏิบัติสากล อาทิ ระบบป้องกันน้ำทะเลของเนเธอร์แลนด์ อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ของญี่ปุ่น และแนวคิดเมืองฟองน้ำจากจีนและสิงคโปร์ ผนวกภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย

มิติที่ 4: การปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำ (Adaptive Strategy)

เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “ต่อสู้กับน้ำ” สู่การ “อยู่กับน้ำ” ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงสร้างพื้นฐานสีฟ้า-เขียว การวางผังเมืองแบบยืดหยุ่น และการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสภาพภูมิอากาศให้กับประชาชน

มิติที่ 5: ขับเคลื่อนด้วยวิจัยและข้อมูลอัจฉริยะ (Smart Data & Research)

ใช้งานวิจัยและข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นฐานกำหนดนโยบาย พัฒนานวัตกรรมตามบริบทพื้นที่ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-ชุมชน และเพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างตรงจุดและยั่งยืน

.

นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา จัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ควบคู่การอนุรักษ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ น่าน (ต้นน้ำ): รักษาป่าต้นน้ำและลดภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ ชัยนาท: ปรับพฤติกรรมเกษตรกร สร้างรายได้ ลดผลกระทบน้ำท่วม-แล้ง นครปฐม: บริหารจัดการคุณภาพน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัด และ กรุงเทพฯ: พัฒนาระบบติดตามและพยากรณ์ฝนแม่นยำฉับไว เพื่อความปลอดภัยเมือง

.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเน้นย้ำมาโดยตลอดว่า ปัญหาน้ำไม่อาจแก้ได้ด้วยโครงการเดียว แต่ต้องเข้าใจระบบทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และต้องวางแผนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง “การจัดการน้ำคือเรื่องความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่นโยบายเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ประเทศไทยต้องลงทุนกับการป้องกัน มากกว่าการซ่อมแซม”

.

ดร.สุเมธ ได้เสนอกรอบแผนการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลในอนาคต ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเน้นย้ำการทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วน พร้อมเสนอว่า รัฐบาลในอนาคตจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการทำงานด้านน้ำสู่การบูรณาการเชิงระบบ ด้วยการ

• ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งประเทศ

• วางแผนและสั่งการบนฐานลุ่มน้ำ ไม่ใช่ตามเส้นแบ่งกรมหรือจังหวัด

• เชื่อมงบประมาณ นโยบาย และความรับผิดชอบเข้าด้วยกัน

โดยเห็นว่า ศูนย์ “กันก่อนท่วม” จะเป็นกลไกสำคัญในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชิงรุก เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย ข้อมูลเชิงพื้นที่ และการสื่อสารสาธารณะ เข้ากับการตัดสินใจของรัฐ เพื่อให้การป้องกันภัยน้ำของประเทศเกิดผลจริงในทางปฏิบัติ ไม่จบลงเพียงบนเวทีเสวนา หรือรายงานเชิงวิชาการ

.

เวที “กันก่อนท่วม” ยังได้รับเกียรติผู้เชี่ยวชาญทั้งจากไทยและต่างประเทศมาร่วมร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม อ.ซากีย์ พิทักษ์คุมพล ผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ อดีตอาจารย์สถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ และผศ. ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมพูดคุยใน Panel Discussion “From Risk to Action: กันก่อนท่วม ร่วมวาดอนาคตไทยพ้นภัยน้ำ”

.

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสถาบัน MIT มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใน Global Learning “รับมือความเสี่ยงน้ำอย่างเป็นระบบ: บทเรียนโลกที่ไทยต้องปรับให้ทัน” โดย Mrs. Victoria Elema, Team Lead International Water Affairs, Ministry of Infrastructure and Water Management of the Netherlands Mr. Toru Kajiwara, Minister and Chief of Economic Section at the Embassy of Japan in Thailand และ Dr. Sai Ravela, Director, Earth Signals and Systems Group, Earth, Atmospheric and Planetary Sciences, Massachusetts Institute of Technology (MIT)

.

หากเรารู้ก่อน เตรียมก่อน และร่วมมือกันก่อน ความสูญเสียจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลที่เราทุกคนต้องร่วมกัน “กันก่อนท่วม” ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาเมือง และอนาคตของลูกหลานเราไว้ด้วยกัน

#กันก่อนท่วม#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) จัดงานครบรอบวัน อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business”

มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) จัดงานครบรอบวัน อรุณ สรเทศน์ รำลึก ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Beyond Boundaries: Scope 3 & The Future of Low-Carbon Business” ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณูปการของ ศาสตราจารย์ อรุณ สรเทศน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และปูชนียบุคคลสำคัญของวงการวิศวกรรมไทย พร้อมทั้งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก มุ่งเน้นการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Scope 3) ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวีระวัฒน์ ชลายน ประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมุ่งหวังให้เป็นเวทีเชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero

ไฮไลท์สำคัญของงานคือ การปาฐกถาพิเศษจากผู้นำระดับสูง เริ่มต้นด้วย นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ “From Targets to Resilience” ที่ฉายภาพทิศทางพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และโครงสร้างการกำกับดูแลใหม่ ต่อด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมแชร์วิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Sustainability of IRPC” สะท้อนบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการสร้างความยั่งยืน

จากนั้น ยังมีการเสวนาเชิงลึกในหัวข้อ “ก้าวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ: แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการจัดการ Scope 3” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ นายจักรวาล เพิ่มญาณวรรธนะ ผู้ชำนาญการ แผนกลยุทธ์และความยั่งยืน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ นางสาวนารีรัตน์ ธนะเกษม ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาศักยภาพและเผยแพร่องค์ความรู้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ดำเนินการเสวนา โดย ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้ร่วมกันถอดรหัสความท้าทาย โอกาส และแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการบริหารจัดการ Scope 3 ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

ในช่วงท้ายของงาน ยังมีการเปิดตัว Whitepaper Guideline “IRPC CFO Scope 3” โดยทีมงานจากสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นคู่มือสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินและบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในส่วนของ Scope 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบทุนมูลนิธิ อรุณ สรเทศน์ ภาคการศึกษาปลาย ประจำปีการศึกษา 2568 ให้กับนิสิตคณะวิศวฯ จุฬาฯ ที่เรียนดี จำนวนเงิน 194,500 บาท รวมจำนวน 7 ทุน มีนิสิตที่ได้รับทุน ดังนี้

ระดับปริญญามหาบัณฑิต จำนวน 2 ทุน

1. นายภูผา เชี่ยวบางยาง ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

2. นางสาวธัญภัค สวัสดิ์พาณิชย์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

ระดับปริญญาบัณฑิต จำนวน 5 ทุน

1. นายคณุตม์ลภัส อุ๋นวัฒนนุกูล ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

2. นายชนัฎฐ์พล ตรินชัย ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

3. นายคณิศร นามคาน ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

4. นายสิรวิชญ์ ส่งศิริ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

5. นายธีรภพ อุปเท่ห์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา

งานวันอรุณ สรเทศน์ รำลึก ในปีนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงอดีต แต่ยังเป็นการมองไปข้างหน้า เพื่อสานต่อปณิธานในการนำความรู้วิศวกรรมศาสตร์มาสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสืบไป

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#112ปีวิศวจุฬา#อรุณสรเทศน์#CBiS#Scope3#ESG

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึกการตั้งค่า