นิสิตจากมหาวิทยาลัยเครือข่าย Evidence-Based Approach (EBA) Project ร่วมลงพื้นที่ประเทศไทย ในโครงการ EBA-KRI Thailand Fieldwork 2026 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และจังหวัดกาญจนบุรี

ระหว่างวันที่ 11–17 มิถุนายน 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภารกิจบริหารและธุรการ ด้านวิรัชกิจ จัดโครงการ EBA-KRI Thailand Fieldwork 2026 ภายใต้หัวข้อ “Blueprint for Resilience: Designing with Nature and People” ต้อนรับนิสิตจากมหาวิทยาลัยสมาชิกเครือข่าย Evidence-Based Approach (EBA) Project จาก 8 ประเทศ 11 มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้เชิงพื้นที่ (Field-based Learning) และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Approach) เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา

.

โครงการ EBA Project เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบสหสาขาวิชา การทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ และการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตั้งอยู่บนข้อมูล หลักฐาน และบริบทของพื้นที่จริง เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก

.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์ ลีละวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดีด้านวิรัชกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้กล่าวเปิดโครงการ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และบทบาทของการลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่น (Resilient Society)

.

ระหว่างวันที่ 14–16 มิถุนายน 2569 คณะผู้เข้าร่วมโครงการได้เดินทางไปศึกษาภาคสนาม ณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยในวันที่ 14 มิถุนายน ได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “Disaster Management” จากอาจารย์กชกร ครุฑพงษ์ สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเตรียมความพร้อมของชุมชน จากนั้นได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ธรณีศาสตร์ (Geoscience Museum) พร้อมรับฟังการบรรยายจาก อาจารย์ ดร.อภิวุฒิ วีรวินันทนกุล เกี่ยวกับธรณีวิทยาและกระบวนการทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อการเกิดภัยพิบัติ

.

ในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ผู้เข้าร่วมโครงการได้เข้าศึกษาพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการรับมือภัยพิบัติ จากคุณกิตติ ศักดิ์คะทัศน์ หัวหน้าฝ่ายสื่อความหมาย อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก่อนลงพื้นที่เดินศึกษาธรรมชาติและเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อสังเกตผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ

.

ต่อมาในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะผู้เข้าร่วมโครงการได้เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ โดยได้รับการต้อนรับจากคุณสฤษฎิ์ชัย ผ่องใสโสภณ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมรับฟังการบรรยายจากคุณเก่งพงศ์ ไกรกิจราษฎร์ เกี่ยวกับบทบาทของพลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานกับการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในอนาคต

.

ภายหลังการลงพื้นที่ นิสิตได้นำข้อมูลที่รวบรวมจากการศึกษาภาคสนามมาวิเคราะห์ร่วมกันในรูปแบบสหสาขาวิชา เพื่อพัฒนาแนวคิดและข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นโยบายสาธารณะ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

.

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ผู้เข้าร่วมโครงการได้นำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่ม ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ข้อมูลภาคสนาม โดยสะท้อนประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อันเป็นบทสรุปของการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการในประเทศไทย

.

โครงการ EBA-KRI Thailand Fieldwork 2026 ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างประเทศ หากยังช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นและการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

.

ทั้งนี้ นิสิตผู้เข้าร่วมโครงการจะนำเสนอ Final Project ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่อง YouTube: EBA Official

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา #EBA #EBAKRIThailandFieldwork2026

สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) และคณะวิศวฯ จุฬาฯ จัดงาน “Climate Intelligence Forum 2026” รวมภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม เกษตร และวิชาการ ถอดบทบาท “ข้อมูลคาร์บอน” สู่การขับเคลื่อน Net Zero ของประเทศไทย

สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ภายใต้มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “Climate Intelligence Forum 2026: Driving Climate Action Through Data-Driven Resilience and Eco-Efficiency” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ณ Hall of Intania คณะวิศวฯ จุฬาฯ มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จากภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม เกษตร และวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการใช้ข้อมูล Carbon Footprint เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีด้านความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวเปิดงาน

.

.

ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “อบก.กับความสำคัญของ Data Platform : การเก็บและจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์” โดย คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของข้อมูล Carbon Footprint ในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยเน้นย้ำว่า “ข้อมูลคาร์บอน” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต

.

การบรรยายในหัวข้อ “Revolutionizing Carbon Footprint Assessment for Organizations, Products & Projects Platform” โดย ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ซึ่งได้เน้นย้ำบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลคาร์บอนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “IdeaCarb – CFO Report Platform” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับ การประเมินและจัดทำรายงาน Carbon Footprint ที่ครอบคลุมทั้งระดับองค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ระดับผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) และระดับโครงการ (Carbon Footprint Project) โดยมีกำหนดเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสนับสนุนให้องค์กร ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และหน่วยงานภาครัฐ สามารถจัดเก็บวิเคราะห์ และบริหารจัดการข้อมูล การปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสามารถนาข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ วางแผนการลดคาร์บอน และยกระดับประสิทธิภาพการดาเนินงานได้อย่างมีประสิทธิผล

.

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ เวทีเสวนาหัวข้อ “From Data to Action: Achieving Net Zero Through Carbon Footprint Assessment” ซึ่งสะท้อนมุมมองจากผู้กำหนดนโยบาย ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ดำเนินงานภาคขนส่ง ภาคธุรกิจด้านเกษตร และภาควิชาการ ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), คุณอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม, คุณเข็มอัปสร สิริสุขะ กรรมการบริษัท สิริอัปสร จำกัด และ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “สิริไท” (SiriThai), คุณพรปวีณ์ ศิริรังษี วิศวกร 8 ศูนย์วิศวกรรมเครื่องกล ฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ โดยมี ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน เป็นผู้ดำเนินรายการ

.

เวทีเสวนาสะท้อนว่า แม้แต่ละภาคส่วนจะมีบริบทต่างกัน แต่ต่างเห็นตรงกันว่า “การประเมิน Carbon Footprint” เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้องค์กรเข้าใจแหล่งกำเนิดคาร์บอน วางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพ และกำหนดมาตรการลดการปล่อยได้อย่างเป็นระบบ โดยภาครัฐสามารถใช้ข้อมูลเพื่อยกระดับนโยบายและมาตรฐาน ภาคขนส่งนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและลดการปล่อย ภาคธุรกิจและเกษตรเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือของสินค้า ขณะที่ภาควิชาการสนับสนุนองค์ความรู้และเครื่องมือ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

.

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอความร่วมมือด้านการขับเคลื่อนข้อมูลคาร์บอนในภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการพัฒนาระบบการเก็บและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากนาข้าว เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรม, ความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยในโครงการพัฒนาประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-efficiency) ของระบบขนส่งทางราง และความเป็นไปได้ในการต่อยอดและประยุกต์ใช้งาน IdeaCarb – CFO Report Platform ในอนาคต

.

ปิดท้ายงานด้วยการแบ่งปันประสบการณ์โครงการ “Low Carbon NextGen: Youth Action for Sustainable Communities” หรือ “โครงการเยาวชนคาร์บอนต่ำ: พลังรุ่นใหม่ สู่ชุมชนยั่งยืน” โดย นางสาวลลิตา หลำพึ่ง ซึ่งได้นำเสนอผลการดำเนินงานและบทเรียนจากการพัฒนาเครือข่ายเยาวชน ผ่านกิจกรรมอบรมค่ายพัฒนาแนวคิดและการประยุกต์ใช้ข้อมูล ควบคู่กับการสร้างต้นแบบกิจกรรมในระดับโรงเรียนและชุมชน เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้าน Climate Change และ Carbon Footprint และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.)

.

Climate Intelligence Forum 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Carbon Footprint แต่เป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงผู้เล่นหลักของระบบนิเวศ Net Zero ของประเทศไทย ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา ไปจนถึงเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้กลายเป็น “การตัดสินใจ” และเปลี่ยน “การตัดสินใจ” ให้กลายเป็น “การลงมือทำ” ที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

.

ท้ายที่สุด เวทีนี้สะท้อนภาพสำคัญว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero จะไม่เกิดขึ้น จากเทคโนโลยีหรือข้อมูลเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างระบบข้อมูล ที่เชื่อถือได้ เครื่องมือที่เข้าถึงได้ และการลงมือทาที่ต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลคาร์บอนกลายเป็นรากฐานสำคัญ ของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา
#ClimateIntelligenceForum2026 #ClimateAction #CarbonFootprint #NetZero #DataDrivenSustainability #EcoEfficiency #ClimateResilience #CBiS #Sustainability

กิจกรรม Intania First Date และค่ายวิษณุกรรมบุตร สำหรับนิสิตใหม่ คณะวิศวฯ จุฬาฯ

Intania First Date ถือเป็นก้าวแรกในรั้ววิศวฯ จุฬาฯ ของน้อง ๆ #Intania110 ภายในงานน้องจะได้ทำกิจกรรมที่ได้ทั้งความรู้ ความสนุก และได้เพื่อนใหม่กลับไปอย่างแน่นอน !

.

ค่ายวิษณุกรรมบุตร คือ ค่ายต้อนรับนิสิตใหม่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จัดต่อเนื่องมาถึง 24 ปี

.

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความสนุกสุดเหวี่ยงที่กำลังจะมาถึง

.

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง

IG : @vishnu24th

.

.

Intania First Date marks the very first step of your journey at the Faculty of Engineering, Chulalongkorn University.

.

For 24 years, Vishnu Camp has proudly served as the official freshman orientation camp of the Faculty of Engineering, Chulalongkorn University, welcoming generations of Intania students into the family.

.

Stay tuned for more updates and details via:

IG: @vishnu24th

#ChulaEngineering#วิศวจุฬา#Chula#113ปีวิศวจุฬา#IntaniaFirstDate#Intania#ค่ายวิษณุกรรมบุตร#VishnuCamp#Vishnu24

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับ ศ. ดร.จูงใจ ปั้นประณต ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ในโอกาสที่บริษัท Crystallite ซึ่งท่านดำรงตำแหน่ง CEO & Co-Founder ได้รับรางวัล Prime Minister Award 2026: Innovation for Sustainability

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.จูงใจ ปั้นประณต ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ในโอกาสที่บริษัท Crystallite ซึ่งท่านดำรงตำแหน่ง CEO & Co-Founder ได้รับรางวัล Prime Minister Award 2026: Innovation for Sustainability

.

รางวัล Prime Minister Award จัดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคคล สตาร์ตอัป ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม และองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาระบบนวัตกรรมและระบบนิเวศสตาร์ตอัปของประเทศไทย โดยมีการมอบรางวัลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560

.

การที่ CrystalLyte ได้รับรางวัล Prime Minister Award 2026: Innovation for Sustainability สะท้อนถึงความสำเร็จในการนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากงานวิจัยไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นแบบอย่างของการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

.

.

Faculty of Engineering, Chulalongkorn University extends its heartfelt congratulations to Professor Dr. Joongjai Panpranot on the remarkable achievement of CrystalLyte, where she serves as CEO & Co-Founder, in receiving the Prime Minister Award 2026: Innovation for Sustainability.

.

The Prime Minister Award, presented by the National Innovation Agency (Public Organization) (NIA), recognizes outstanding individuals, startups, innovation-driven enterprises, and organizations that have made significant contributions to advancing Thailand’s innovation ecosystem and fostering sustainable economic and social development.

.

This prestigious recognition reflects CrystalLyte’s commitment to transforming cutting-edge research into impactful innovations that address real-world challenges and promote sustainability. It also highlights Professor Dr. Joongjai Panpranot’s visionary leadership in bridging academic excellence with entrepreneurial innovation to create lasting value for society.

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา

ทำไมต้องเรียนวิศวกรรมนิวเคลียร์และรังสี จุฬาฯ ?

.

ในยุคที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังกลับมาลงทุนด้านพลังงานนิวเคลียร์ ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่และเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ความต้องการบุคลากรด้านนิวเคลียร์และรังสีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

.

ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศไทยที่ผลิตวิศวกรนิวเคลียร์โดยตรง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ รังสี และพลังงานของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

.

รากฐานยาวนานกว่า 50 ปี

.

การศึกษาด้านนิวเคลียร์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 โดยจัดหลักสูตรอบรมด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านพลังงานปรมาณูของประเทศ ต่อมาได้เปิดหลักสูตรบัณฑิตศึกษาด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และจัดตั้งเป็นภาควิชาในปี พ.ศ. 2516 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ

.

สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์และรังสี ได้เปิดรับนิสิตรุ่นแรกในปีการศึกษา 2560 และเป็นหลักสูตรปริญญาตรีด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศไทย

.

หากนับจากรุ่นแรกปีการศึกษา 2560 ปัจจุบันนิสิตที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2569 จะเป็นนิสิตรุ่นที่ 10 ของหลักสูตรปริญญาตรี

.

รับนิสิตเพียงประมาณ 25 คนต่อปี

(รอบ Portfolio + Admission รับตรง + การเลือกภาคเมื่อขึ้นปี 2)

.

ด้วยจำนวนนิสิตที่ไม่มาก ทำให้อาจารย์สามารถดูแลได้อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการเรียน การวิจัย และการพัฒนาทักษะวิชาชีพ นิสิตจึงมีโอกาสเข้าถึงห้องปฏิบัติการ งานวิจัย และโครงการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างเต็มที่

.

เรียนอะไรบ้าง?

• เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

• เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และความปลอดภัย

• วิศวกรรมความร้อนและของไหล

• การป้องกันอันตรายจากรังสี

• การประยุกต์ใช้รังสีในอุตสาหกรรมและการแพทย์

• การจัดการกากกัมมันตรังสี

• เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR)

• การจำลองและวิเคราะห์ รฟฟ นิวเคลียร์ด้วยซอฟต์แวร์มาตรฐานสากล

.

จบแล้วทำงานที่ไหน?

ด้านพลังงาน

• การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

• PTT

• Gulf Development

ด้านนิวเคลียร์และรังสี

• สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

• สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

• สถาบันวิจัยด้านพลังงานนิวเคลียร์ในต่างประเทศ

ด้านการแพทย์

• งานฟิสิกส์การแพทย์ ซ่อมแซม ดูแล อุปกรณ์เครื่องมือฉายรังสี เครื่องเร่งอนุภาค

ด้านอุตสาหกรรม

• งานตรวจสอบโดยไม่ทำลาย (NDT)

• งานความปลอดภัยทางรังสี

.

โอกาสศึกษาต่อระดับนานาชาติ

บัณฑิตสามารถศึกษาต่อในสาขา Nuclear Engineering, Reactor Physics, Thermal Hydraulics, Nuclear Safety, Medical Physics, Nuclear Materials, Energy Engineering และสาขาที่เกี่ยวข้องได้ในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

นิสิตและบัณฑิตของภาควิชาฯ ได้รับโอกาสศึกษาต่อและทำวิจัยในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านนิวเคลียร์ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน พร้อมโอกาสรับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำและองค์กรระหว่างประเทศ

.

อนาคตที่กำลังเติบโต

ปัจจุบันหลายประเทศกำลังเร่งพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมถึงเทคโนโลยี SMR เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ความต้องการวิศวกร นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

การเรียนวิศวกรรมนิวเคลียร์และรังสีจึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสู่โอกาสการทำงานและการศึกษาต่อในระดับนานาชาติ ตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนด้านพลังงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21

#วิศวกรรมนิวเคลียร์และรังสี #คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ #ChulaEngineering #NuclearEngineering #SMR #NuclearPower #ForThailand

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐา ปานงาม ในโอกาสที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์”

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐา ปานงาม ในโอกาสที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ในสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2567

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.จูงใจ ปั้นประณต ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ในโอกาสที่ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปี 2569 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.จูงใจ ปั้นประณต ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ในโอกาสที่ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปี 2569 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานเปิดตัวนักวิจัยอาวุโส ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น วช. และเมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี 2569 ขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ ห้อง Lotus Suite 1 – 2 ชั้น 22 บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงานเปิดตัวศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น วช. และเมธีวิจัยอาวุโส วช. ประจำปี 2569 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ที่ปรึกษา คณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ กล่าวแสดงความยินดี

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมชนม์ สถิระพจน์ รองคณบดี พร้อมด้วย คณาจารย์และบุคลากรภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวฯ จุฬาฯ ร่วมแสดงความยินดี

พร้อมกันนี้ คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์ ดร.พัฒนาพร ฉัตรจุฑามาส สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาฯ ในโอกาสที่ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) ประจำปี 2569

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา

กำหนดการสำหรับนิสิตใหม่ คณะวิศวฯ จุฬาฯ 2569 (INTANIA 110)

กำหนดการสำหรับนิสิตใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2569 (INTANIA 110)

.
วันที่ 3 – 7 กรกฎาคม 2569
เช็คเลขรหัสประจำตัวนิสิต
และลงทะเบียนแรกเข้าที่เว็บไซต์ reg.chula ด้วยตนเอง
.
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569
เวลา 13:00 น.
นิสิตใหม่พบอาจารย์ที่ปรึกษาและลงทะเบียนเรียน
ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
ตรวจสอบตารางเรียนและอาจารย์ที่ปรึกษา ที่เว็บไซต์ or69.intania.org
(หากไม่สามารถมาได้ แจ้งที่ โทร 02-218-6300)
.
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569
เวลา 09:00 – 12:00 น.
ปฐมนิเทศ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
ช่องทางการติดต่อ:
Facebook: งานทะเบียนและประเมินผล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
Instagram: escchula
โทร: 02-218-6300
#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา #INTANIA110

คณะวิศวฯ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้สมควรได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล แผนกวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ นายกันตณัช โภชนะสมบัติ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) สาขาวิศวกรรมเครื่องกล และ นายธีรภัทร วงศ์มณีโรจน์ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในโอกาสที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้สมควรได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล แผนกวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา

ภารกิจกิจการนิสิต คณะวิศวฯ จุฬาฯ เยี่ยมค่ายอาสายุววิศวกรบพิธ ครั้งที่ 54

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ภารกิจกิจการนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจนิสิตใน “ค่ายอาสายุววิศวกรบพิธ ครั้งที่ 54” ณ สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

โดยค่ายครั้งนี้ นิสิตได้ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้าง “บ่อเลี้ยงเต่าทะเล” ที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะวิศวกรรมในสถานที่จริง

#ค่ายอาสายุววิศวกรบพิธ54 #กิจการนิสิต #วิศวะจุฬา #เกาะสีชัง #อนุรักษ์เต่าทะเล #Intania

#ChulaEngineering #วิศวจุฬา #Chula #113ปีวิศวจุฬา

.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึกการตั้งค่า