พิธีส่ง – รับมอบงานสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พิธีส่ง – รับมอบงานสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณวีรศักดิ์  โฆสิตไพศาล วศ.2515 อดีตนายกสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ส่งมอบงานพร้อมแสดงความยินดีกับคุณนำชัย  หล่อวัฒนตระกูล วศ.2517 นายกสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วาระปี 2557-2558  ณ อาคารอรุณสรเทศน์ สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิสิตวิศวฯ รับรางวัลจากการประชุม Asian Youth Energy Summit (AYES) 2014

April 24, 2014 Written by pr

ชมรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ชรพร เชาวกิจเจริญ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ส่ง นางสาวชาริณี ม่วงคลองใหม่ นางสาวชาลิสา วีสมหมาย นางสาวสรินธร อภิรมยานนท์ และ Miss Iftita Rahmatika นิสิตภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุม Asian Youth Energy Summit (AYES) 2014 เมื่อวันที่ 22-23 มีนาคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยนานาชาติสิงคโปร์ (National University of singapore, NUS) โดยนางสาวชาริณี ม่วงคลองใหม่ และนางสาวชาลิสา วีสมหมาย ได้รับรางวัล the best team during changing the Game Southeast Asia at The Asia Youth Energy Summit 2014 (Certificate of Excellence และเงินรางวัล 400 SDG/ทีม) จาก Energy Carta, Singapore

คณะวิศวฯ รับมอบเงิน​สนับสนุนโค​รงการค่ายอ​าสายุวกรบพิ​ธ 42

April 24, 2014 Written by pr

 

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2557 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เจิดกุล โสภาวนิตย์ รองคณบดี ได้เข้ารับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 100,000 บาท จากคุณรัตน์ สันตอรรณพ กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานก่อสร้าง 1 คุณวิบูลย์ มงคลปิยะธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานก่อสร้าง 2 และ ดร.อนุกูล ตันติมาสน์ กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรมนุษย์และบริหารทั่วไป บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในโค​รงการค่ายอ​าสายุวกรบพิ​ธ 42 ซึ่งเป็นค่ายอาสาพัฒนาของนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยในปีนี้เป็นการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ยาว 30 เมตร กว้าง 7 เมตร และสูง 4 เมตร ที่ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี  จังหวัดกาฬสินธุ์

ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวสำหรับประชาชน

จากกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาณัติ เรืองรัศมี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา และ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว ดังนี้

“แผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ซึ่งมีขนาด 6.3 ได้ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้างในอำเภอแม่สรวย  อำเภอพาน และ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และบริเวณข้างเคียง ในขณะนี้ทางทีมสำรวจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อศึกษาถึงผลกระทบและนำมาเป็นข้อเสนอแนะและนำไปสู่การเตรียมพร้อมในขั้นต่อไป”

ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว

กรณี แผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด ในวันที่ 24 มีนาคม 2554 โดยคณะผู้สำรวจจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้สรุปดังรายละเอียดในเอกสารแนบ

คณะวิศวฯ จุฬาฯ รับสมัครบุคคลทั่วไป เพื่อคัดเลือกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน 3 อัตรา

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลทั่วไปเพื่อคัดเลือกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน 3 อัตรา ดังนี้

1. พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์) P7 ปฏิบัติงานที่ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จำนวน 1 อัตรา
2. พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริการงานช่าง (เทคนิค) P8 ปฏิบัติงานที่ภาควิชาวิศวกรรมโยธา จำนวน 1 อัตรา
3. พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สำนักงาน (บริหารงานทั่วไป) P7 ปฏิบัติงานที่ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จำนวน 1 อัตรา

ผู้ประสงค์จะสมัคร ให้สมัครผ่านทาง www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline และสอบถามรายละเอียดได้ที่ งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ โทร 0-2218-6319 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ในวันและเวลาทำการ (08.00-17.00 น.)

รายละเอียดเพิ่มเติม

คณะวิศวฯ ให้การต้อนรับผู้บริหารจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2557 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศ. ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ คณบดี ผศ. ดร.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ รองคณบดีด้านสารสนเทศ ผศ. ดร.แนบบุญ หุนเจริญ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ รศ. ดร.กุณฑินี มณีรัตน์ ผู้ช่วยคณบดี รศ. ดร.อังคีร์ ศรีภคากร อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และ ผศ. ดร.ธัญญารัตน์ สิงหนาท อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ ผศ.ภญ.ดร.รุ่งเพ็ชร สกุลบํารุงศิลป์ คณบดี รศ.ภก.สถิตพงศ์ ธนวิริยะกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร ผศ.ภญ.ดร.รัตยา  ลือชาพุฒิพร รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ผศ.ภก.ดร.อนุชัย ธีระเรืองไชยศรี รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมการศึกษา ผศ.ภก.ดร. วันชัย  ตรียะประเสริฐ  ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมการศึกษา อ. ดร. ธิติมา วัฒนวิจิตรกุล หัวหน้าภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ รศ.ภญ.ดร. ธิติมา  เพ็งสุภาพ อ. ภญ.ดร. สุนทรี  วัชรดำรงกุล และ Prof. Yoshida Masami โดยการมาเยือนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อมูลด้าน Fund Raising ข้อมูลด้านการเรียนการสอนในแบบ Chula Engineering Education 4.0 ซึ่งเป็นการเรียนการสอนสมัยใหม่ของคณะวิศวฯ ข้อมูลด้าน Course Ville ระบบสนับสนุนการเรียนการสอนที่เชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ และเยี่ยมชมห้อง i-scale ซึ่งเป็นห้องเรียนที่มีความทันสมัย

กสทช. เปิดรับข้อเสนอโครงการ เพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)

การเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อให้ผู้มีสิทธิยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557

– ระยะเวลาเปิดรับข้อเสนอโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2557
– งบประมาณต่อโครงการ : ไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงานไม่เกิน 2 ปี
รายละเอียดเพิ่มเติม  http://btfp.nbtc.go.th/node/856

ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ
1.  ศึกษารายละเอียดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ
1.1  ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้จ่ายเงิน การติดตาม และการประเมินผลเงินกองทุนฯ
1.2  (ร่าง) ประกาศ เรื่อง กรอบจำนวนเงิน วิธีการพิจารณาจัดสรรและการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ
1.3  กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง
1.4  แบบคำขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ
–  แบบคำขอ วัตถุประสงค์มาตรา 52(1)
–  แบบคำขอ วัตถุประสงค์มาตรา 52(2)
–  แบบคำขอ วัตถุประสงค์มาตรา 52(3)
–  แบบคำขอ วัตถุประสงค์มาตรา 52(4)
1.5 แบบรายงานการติดตามประเมินผลโครงการฯ
–  แบบรายงานความก้าวหน้าโครงการรายไตรมาส
–  แบบรายงานผลการดำเนินโครงการประจำปี
–  แบบรายงานฉบับสมบูรณ์
1.6  สัญญาการรับทุนฯ มาตรฐาน

2.  ลงทะเบียนและกรอกแบบคำขอที่ http://fpma.nbtc.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2557
3.  ยื่นแบบคำขอ โดยแนบเอกสารและหลักฐานพร้อมสำเนา จำนวน 1 ชุด ภายในวันที่ 6 มิถุนายน 2557
4.  กระบวนการพิจารณา
4.1  สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติ (ไม่เกิน 15 วัน)
4.2  คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เสนอความเห็น (ไม่เกิน 105 วัน)
4.3  คณะกรรมการ กสทช. พิจารณา
4.4  ประกาศแจ้งผล

5.  การแจ้งผล สำนักงาน กสทช. จะประกาศผลผ่านทางเว็บไซต์ ภายหลังจาก กสทช. พิจารณาเห็นชอบและรับรองมติ

สอบถามเพิ่มเติม
สำนักงานกองทุนวิจัยและพัฒนา
888 ชั้น 6 – 7 อาคาร ไอ ทาวเวอร์ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02 554 8117 , 02 554 8114 โทรสาร 02 554 8100

อาจารย์วิศวฯ จุฬาฯ ร่วมตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จ.เชียงราย

สร้างความเสียหายไปทั่ว สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ มีศูนย์กลางบริเวณ อ.พาน จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 5 พ.ค. หนึ่งในนั้นคือ “วัดร่องขุ่น” ของเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติที่ใช้เวลารังสรรค์มานาน 18 ปี ด้วยเม็ดเงินหลักพันล้าน แต่หลังธรณีสะเทือนครั้งรุนแรง และอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ความยิ่งใหญ่ทั้งตัวโครงสร้าง และศิลปะที่ประเมินค่าไม่ได้เกิดความเสียหายจนเจ้าของวลีฮิต “มันเป็นศิลปะ” ถึงกับถอดใจ “…ทุกอย่างก็เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน”

แต่หลังจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเชียงราย และเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานมาตรวจสอบโครงสร้างวัดเมื่อช่วงสายของวันที่ 7 พ.ค. “อ.เฉลิมชัย” ให้สัมภาษณ์ผ่านทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ด้วยน้ำเสียงดีใจสุดชีวิต โดยประกาศให้โลกรู้ทั่วกันว่า “กูไม่ต้องทุบวัดทิ้งแล้วโว้ย!” และนี่คือการเปิดใจของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้รังสรรค์วัดร่องขุ่นแห่งนี้

ทีมข่าวเปิดประเด็นแรกโดยให้อ.เฉลิมชัยรายงานความคืบหน้าให้ฟัง เพราะก่อนหน้านี้เคยออกมาพูดแบบปลงๆ แล้วว่า หากเสียหายถึงโครงสร้างคงต้องทุบทิ้งสร้างใหม่ พอถึงวันนี้ (7 พ.ค.) เหมือนสวรรค์มีตา ฟ้ามีใจ ทุกอย่างที่คิดว่าร้ายกลับกลายเป็นดี

“วันนี้ (7 พ.ค.) ถือเป็นวันที่ดีใจที่สุดในชีวิต เพราะ 2 วันที่ผ่านมานี่กูเครียด (ลากเสียงยาว) กูกลัวโครงสร้างกูจะฉิบหายวายวอด ตอนนี้คณะวิศวกรทั้งหมด ได้เข้ามาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว โดยมี ผศ.ดร.อาณัติ เรืองรัศมี จากจุฬาฯ, ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT), ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ วิศวกรจากภาควิชากรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ดร.ฐิรวัฒน์ บุญญะฐี วิศวกรรมจากจุฬาฯ ส่วนอีกคน นรินทร์ กวางทอง วิศวกรโยธาชำนาญการจ.เชียงราย พบว่า ไม่มีผลเสียหายต่อโครงสร้างใดๆ ทั้งสิ้น พอได้ยินแบบนี้ เฮกันทั้งวัดเลย เพราะหลายคนรอคอยคำตอบที่แน่ชัด สรุปก็คือ (เน้นเสียง) กูไม่ทุบทิ้งแล้วโว้ย! วันนี้ก็ดำเนินการซ่อมแล้วด้วย”

เล็งซ่อมส่วนไหนก่อนเป็นอันดับแรก

“ตอนนี้เริ่มดำเนินการซ่อมหอศิลป์ก่อน พรุ่งนี้ (8 พ.ค.) บ่ายๆ ก็เปิดให้เข้าชมได้แล้ว ตามมาด้วยห้องแสดงภาพ ซึ่งคาดว่าภายใน 3-4 วันจะเปิดให้เข้าชมได้ตามปกติ หลังจากนั้นก็จะดำเนินการซ่อมในส่วนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ แต่ตัวโบสถ์คงต้องใช้เวลาซ่อมเป็นปี ดังนั้น ตัวโบสถ์ยังไม่เปิดให้เข้าจนกว่าจะซ่อมเสร็จ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้เข้าชม”

เผื่อใจไว้บ้างไหมถ้าสมมติว่าโครงสร้างพังจนอาจจะต้องทุบวัดทิ้ง

“ตอนที่เกิดแผ่นดินไหว และมีอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ก็ได้แต่มองโครงสร้างที่มันแตกร้าวแล้วก็ปลงว่า ทุกอย่างมันมีการตั้งอยู่แล้วดับไปเป็นธรรมดา ถ้ามันซ่อมไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ เก็บไว้เป็นอนุสรณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ไปแล้วกัน ตอนนั้นไม่เสียใจอะไรละ ทำใจมากกว่า ลูกศิษย์ลูกหาร้องไห้กันยกใหญ่ ผมก็บอกอย่าไปคิดมาก ทุกอย่างไม่พังทลายวันนี้ วันข้างหน้ามันก็พังทลาย เก็บไว้ให้เป็นอนุสรณ์สถานให้คนมาดูแค่ข้างนอกเฉยๆ ก็พอแล้ว แต่พอได้รับข่าวดีว่า โครงสร้างวัดกูไม่เป็นอะไร โอ้ย! ดีใจสุดๆ”

ถ้าให้ประเมินความเสียหายทั้งหมด พอประเมินเป็นมูลค่าได้ไหม

“มูลค่าไม่ต้องไปพูดถึง ถ้ามองในแง่ของคุณค่าทางศิลปะถือว่ามีค่ามหาศาลอย่างมาก อีกอย่างเงินของผมเองไม่ต้องห่วง ผมมีเงินเยอะแยะไม่ได้ขอร้องใคร ไม่ได้ต้องการเงินจากใคร รัฐบาลก็ไม่ต้องมาช่วยเงินผม เอาเงินคุณกลับไปเถอะ เอากลับไปช่วยคนจนเถอะ อย่าเอามาช่วยที่นี่ เพราะความเสียหายของวัดแห่งนี้น่าจะซ่อมประมาณ 50-60 ล้านบาท ไม่ใช่ซ่อมแค่ล้านเดียว แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของผม เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย แค่รู้ว่าโครงสร้างของเราดี แข็งแรง ผมก็พอใจแล้ว ส่วนเรื่องเงิน บอกเลยว่า กระจอก (เน้นเสียง) กระจอกมากๆ”

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ อ.เฉลิมชัย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่งด้วยจุดยืนที่ชัดเจนว่า วัดร่องขุ่นสร้างขึ้นมาไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล ดังนั้น จึงไม่ต้องพึ่งพารัฐบาล “ถ้าซ่อมได้กูซ่อมเองได้ กูรวย กูทำเพื่อประเทศชาติกู กูไม่ต้องพึ่งอะไรมึง ถ้าซ่อมได้กูก็ซ่อมเองได้…”

เหตุการณ์ครั้งนี้ เตือนสติอาจารย์ และคนไทยอย่างไรบ้าง

“คือตอนนี้ ผมคิดว่า การสร้างตึก หรืออาคารบ้านเรือน รวมไปถึงวัดวาอารามของประเทศไทย คงต้องนึกเรื่องแผ่นดินไหวแล้วล่ะ ผมโชคดีตรงที่คิดเผื่อไว้ก่อนสร้าง และระหว่างสร้าง โดยเน้นย้ำกับวิศวกร และลูกทีมที่ช่วยกันก่อสร้างตลอดว่า ใส่เต็มที่เลย เสริมเต็มที่เลย นี่คือผลของการไม่ขี้เหนียวของเราไง เรียกว่าใส่เหล็ก ใส่โครงเผื่อไว้เลย ซึ่งผมจะพูดอยู่ตลอด ตอนนั้นก็มีคนบอกว่าไม่มีประโยชน์หรอกอาจารย์ ผมก็บอกว่า เอาเถอะ เอ็งเชื่อข้า สุดท้ายเป็นไง แค่ปูนถลอก โครงสร้างไม่เป็นอะไรสักอย่าง ไอ้ย่ะ โคตรแจ๋วเลยว่ะ (หัวเราะ)”

คิดว่าแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงนี้ เป็นสัญญาณที่กำลังบอกอะไรสังคมโลก

“ไม่ใช่เฉพาะแค่ในประเทศไทย มันหมายรวมถึงโลกทั้งโลกว่ามนุษย์นั้นมันเลว คนมันเลว (เน้นเสียง) ทำลายธรรมชาติทุกสิ่งทุกอย่างทั้งไปขุดเอาน้ำมัน ทำลายต้นไม้ ลำธาร ทำให้ธรรมชาติเขาเบี่ยงเบน เสียสมดุลไปหมด ธรรมชาติก็เลยเป็นภัยแก่มนุษย์ โดยเฉพาะประเทศไทย บ้านเราไม่ค่อยมีสำนึกเหมือนบางประเทศ รุกป่า สร้างรีสอร์ต หรืออะไรอีกหลายสิ่งที่มุ่งประโยชน์ส่วนตัว สุดท้ายเป็นยังไง เอ็งไม่ได้เสียกลุ่มเดียว แต่มันเสียทั้งประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ รวมไปถึงวัดร่องขุนของข้าที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่แต่ก็โดนผลพวงนี้ไปด้วย

ทั้งหมดนี้มันมาจากกลุ่มคนระยำที่ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติก็เลยเอาคืน แต่การเอาคืน มันลามมาถึงวัดวาอารามด้วย แต่ก็เป็นบุญที่ยังไม่เสียหายอะไรมากเพราะผมเชื่อว่าผมยังมีบุญของพระพุทธศาสนาหนุนอยู่ ตอนแรกยอมรับว่าน้อยใจเหมือนกันนะ น้อยใจกับตัวเองว่า เราทำเพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อประเทศชาติขนาดนี้ วัดที่ทุ่มเทสร้างทำไมต้องมาเสียหายขนาดนี้ แต่มาวันนี้ โคตรดีใจสุดๆ” อ.เฉลิมชัยเผยความรู้สึก ก่อนจะฝากขอบคุณทุกกำลังใจที่หลั่งใหลเข้ามาไม่ขาด

“ขอบคุณทุกกำลังใจทั้งที่เดินทางมาที่วัดด้วยตัวเอง และส่งผ่านเข้ามาผ่านสื่อ ผ่านสายอย่างล้นหลามมากๆ ตอนนี้ทุกอย่างโอเคแล้ว พร้อมเดินหน้าซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุดต่อไป ขอบคุณมากๆ นะ (พูดด้วยโทนเสียงนุ่มๆ)”

ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE

ขอบคุณภาพประกอบจากแฟนเพจ กลุ่มคนรักอาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์>

ที่มา : http://www.manager.co.th

อาจารย์วิศวฯ จุฬาฯ ร่วมแถลงข่าว “แผ่นดินไหว…รับมืออย่างไร?”

May 8, 2014 Written by pr

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดแถลงข่าวเรื่อง “แผ่นดินไหว…รับมืออย่างไร?” เมื่อวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 202 อาคารจามจุรี 4 เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับ “แผ่นดินไหว” ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่และรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย  เมื่อเย็นวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย  ซึ่งสร้างความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งก่อสร้างต่างๆ  ส่งผลกระทบในวงกว้างในด้านต่างๆตามมา โดยมี ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย รศ. ดร.ปัญญา จารุศิริ ภาควิชาธรณีวิทยา และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ศ. ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ที่ปรึกษาศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

รศ. ดร.ปัญญา จารุศิริ อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงหลังมานี้นับเป็นการพลิกตำราด้านธรณีวิทยาแผ่นดินไหว เช่นเดียวกับรอยเลื่อนพะเยาที่เรียกได้ว่าเป็นรอยเลื่อนนอกสายตาของนักธรณีวิทยา เพราะคิดว่ารอยเลื่อนนี้มีพลัง แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ใหญ่ขนาดนี้ โอกาสเกิดแผ่นดินใหญ่ตามที่คาดการณ์น่าจะเกิดที่รอยเลื่อนแม่จัน ทำให้กลุ่มนักธรณีวิทยาให้ความสนใจและเฝ้าระวังมากกว่า

“จากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่ารอยเลื่อนพะเยาในอดีตเคยเกิดแผ่นดินไหว  คำนวณได้ประมาณ 5 – 5.6 ริกเตอร์ ประกอบกับรอยเลื่อนดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนบนหินแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรอยเลื่อนตามลำน้ำแม่ลาว ด้วยเหตุผลในเบื้องต้นดังกล่าว ทำให้นักวิชาการไม่ได้เฝ้าสังเกตมากนัก เพราะรอยเลื่อนมีพลัง ส่วนใหญ่จะเกิดในตะกอนหรือหินตะกอนที่มีอายุน้อยๆมากกว่า ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังในขณะนี้คือรอยเลื่อนที่อยู่ใกล้เคียงหรืออยู่แนวเดียวกันกับรอยเลื่อนพะเยาที่จะมีการปรับตัวของดินใต้แผ่นเปลือกโลก และยังต้องกลับไปดูรอยเลื่อนนอกสายตาอื่นๆ อีกด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นข้อมูลใหม่อีกด้านที่เกิดขึ้น พร้อมๆกับการติดตามความเสียหายว่าเกิดขึ้นในพื้นที่วงกว้างเพียงใด ทั้งในประเทศไทย ประเทศพม่า และ ประเทศลาว ที่สำคัญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังรอยเลื่อนแม่จัน เนื่องจากรอยเลื่อนนี้ถึงรอบของการไหวหรือคาบอุบัติซ้ำ สุดท้ายแม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อใดอย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเก็บสถิติของเหตุการณ์เพื่อนำไปสู่งานวิจัย และเฝ้าระวังต่อไปเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด” รศ.ดร. ปัญญา กล่าว

ศาสตราภิชาน ดร.ปณิธาน  ลักคุณะประสิทธิ์  ที่ปรึกษาศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงข้อมูลความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งสำคัญในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2537 ปี 2550 และปี 2554 โดยแผ่นดินไหวที่เกิดล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 นั้น ข้อสังเกตในเบื้องต้นพบว่ามีความรุนแรงที่สุดเท่าที่มีข้อมูลในยุคใหม่ ส่งผลให้อาคารบางหลังที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงถล่มลงมา หลังคาพัง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวในเวลานี้  หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ ต้องทำการสำรวจโครงสร้างพื้นฐาน เสริมความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชั่วคราวเท่าที่จะทำได้โดยเร่งด่วน  ควรเตรียมรถดับเพลิงไว้ให้พร้อม สำรวจระบบโทรคมนาคม ไฟฟ้าฉุกเฉิน จัดที่พักชั่วคราวโดยด่วน พร้อมรถสุขาชั่วคราว ในระยะยาวจะต้องเสริมความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งก่อสร้าง  จัดมาตรการจูงใจให้ประชาชนในการเสริมความแข็งแรงของอาคาร ในส่วนของประชาชน ในเบื้องต้นต้องสังเกตความเสียหายของโครงสร้างอาคาร และให้วิศวกรประเมินเสริมความแข็งแรงของอาคารในระยะยาว  ทั้งนี้ในส่วนของมหาวิทยาลัย จะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการรับมือแผ่นดินไหวในระดับจังหวัด โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆ

รศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ  กล่าวถึงผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อถนนและสิ่งก่อสร้างว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นแผ่นดินไหวขนาดกลาง แรงสั่นสะเทือนสามารถก่อให้เกิดการเคลื่อนตัวของดินในระดับสูง (อัตราเร่งสูงกว่า 15% ของค่า g) ที่ระยะทาง 20 – 50 กม. จากศูนย์กลางฯ ประกอบกับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างตื้น (ประมาณ 7 กม. จากผิวดิน) และจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนมาก อัตราการสั่นไหวของพื้นดินในระดับนี้จึงสามารถก่อความเสียหายให้แก่โครงสร้างทางวิศวกรรมได้ค่อนข้างหลากหลาย อาทิ  โครงสร้างประเภทอิฐรับแรง (โบราณสถาน เจดีย์ และวัด) กำแพงอิฐที่ก่อไม่ได้ตามมาตรฐาน เป็นต้น นอกจากนี้แรงสั่นสะเทือนยังมีความรุนแรงเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปรากฎการณ์ทรายเหลวในชั้นดินทราย ซึ่งส่งผลให้เกิดการพังทลายของลาดดิน และคันทางต่างๆ ได้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยมีจุดประสงค์คือนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราอาจไม่สามารถวัดผลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึกการตั้งค่า